Article written

  • on 26.01.2011
  • at 10:53 AM
  • by admin
  • 4,174 views
  • No Comment

“ดอยน้ำซับ” ตอบโจทย์ความสำเร็จสปาไทยในญี่ปุ่น

แม้จะเป็นผู้ประกอบการรายเล็กๆ ทุนจดทะเบียนแค่ 2 ล้านบาท กับพนักงานเพียง 10 กว่าคน แต่เป็นการยืนยันว่าโอกาสธุรกิจในตลาดญี่ปุ่นเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการที่ตั้งใจจริงและมีเอกลักษณ์ จึงนำไปสู่ความสำเร็จ และอนาคตทางธุรกิจที่ยังไปได้อีกยาวไกล แม้จะก้าวไปอย่างช้าๆ เพราะข้อจำกัดด้านบุคลากรและเงินทุน แต่ก็เป็นการพิสูจน์ความยั่งยืน


ดุษฎี สุทธิเลิศ เจ้าของและผู้บริหาร บริษัท ดอยน้ำซับ จำกัด เล่าถึงการขยายธุรกิจร่วมกับญี่ปุ่น หนึ่งในตลาดต่างประเทศที่นำเข้าผลิตภัณฑ์ของดอยน้ำซับว่า เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ได้เริ่มผลิตลูกประคบสมุนไพรเป็นสินค้าตัวแรกซึ่งทำมาจากสมุนไพรโดยไม่ได้ใช้สารเคมี ซึ่งในขณะนั้นยังไม่เป็นที่แพร่หลาย แต่เพราะสินค้าภูมิปัญญาขายได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ขณะที่การนำเสนออย่างถูกต้องก็มีความสำคัญเช่นกัน ซึ่งจุดแข็งที่นำมาใช้คือการคำนึงถึงวัฒนธรรมไทย

อย่างไรก็ตาม ในตอนที่เริ่มทำไม่คิดว่าจะเป็นสินค้าที่สามารถส่งออกได้ วัตถุประสงค์เดียวคือการช่วยเหลือชุมชน เนื่องจากลูกประคบประกอบไปด้วยพืชและสมุนไพรมากมายทำให้ชุมชนสามารถเพาะปลูกและนำมาสร้างรายได้ได้มาก ที่สำคัญ การได้รับความช่วยเหลือจากกรมส่งเสริมการส่งออกให้ร่วมงานแสดงสินค้า Thailand Health & Beauty Show ในปี 2543 แม้ว่าจะเป็นบูทเล็กๆ แต่กลับเต็มไปด้วยชาวต่างชาติ ขณะที่คนไทยไม่สนใจเลย

จากนั้น ในปี 2544 จึงเริ่มส่งออก และมีบริษัทโอซาก้าจากญี่ปุ่น ทำหนังสือผ่านมาทางภาครัฐเพื่อเข้ามาเยี่ยมชมพื้นที่เพราะปลูกของดอยน้ำซับที่เชียงราย เป็นพื้นที่บนดอยตุง ไม่ใช้สารเคมี และด้วยการได้รับดูแลอย่างจริงใจ

“เราทำให้เขาเกิดความมั่นใจที่จะโปรโมทสินค้า ที่สำคัญคือไม่มีสารเคมีและเป็นสินค้าภูมิปัญญา เราพยายามเน้นให้เขาเห็นว่าการนวดแผนไทยมีการนวดแบบหลากหลาย และเนื่องจากยังไม่เคยมีใครนำเข้าไปก่อนเลย การนำลูกประคบเข้าญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกอย่างเป็นเรื่องเป็นราวทำให้เขาง่ายในการทำตลาด”

จากนั้นจึงมีการเปิดโรงเรียนสอนการนวดและการใช้ลูกประคบสมุนไพรโดยได้รับการอนุมัติหลักสูตรจากกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อลูกค้ามาเรียนค่อนข้างมากทำให้การขายลูกประคบไปจำหน่ายต่อเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่มีข้อตกลงการผลิตสินค้าร่วมกัน โดยผลิตอย่างที่ลูกค้าต้องการและติดตราสินค้าของลูกค้า แต่ต้องใส่ข้อความว่าผลิตโดยดอยน้ำซับ และ product of Thailand เพราะญี่ปุ่นชอบสมุนไพรจากไทย โดยเฉพาะยิ่งมีใบรับรองว่ามาจากออร์แกนิกฟาร์ม

หลังจากนั้น จึงมีการนำสมุนไพรมาผลิตสินค้าต่างๆ ตามตำรับ เช่น ยาอบสมุนไพร และมีการตั้งชื่อเรียกหลากหลาย เช่น woman body care ฯลฯ ซึ่งโดยหลักเป็นการใช้ความรู้จากการแพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่นำไปใช้ในสถานประกอบการที่เป็นศูนย์สุขภาพ เช่น ร้านนวด ซาลอนต่างๆ ที่มีมากมายหลายแบบ และสามารถขายได้หลายช่องทางในญี่ปุ่น แต่ไม่ได้พัฒนาสินค้าในรูปแบบที่เป็นที่นิยมโดดทั่วไป เช่น ครีม น้ำมัน เป็นต้น

การดูแลสุขภาพเบื้องต้นของไทยที่ดอยน้ำซับนำมาสร้างรายได้ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.การนวด 2.การประคบ และ3.การอบสมุนไพร สำหรับการอบสมุนไพรนั้นทางการแพทย์แผนปัจจุบันยอมรับว่าเป็นการล้างพิษของร่างกายที่ออกทางผิวหนังได้ดีที่สุดทางหนึ่ง ทำให้แพร่หลายในญี่ปุ่นโดยเฉพาะการนำไปใช้กับออนเซน และการคิดรูปแบบสินค้าได้มากมายทำให้เกิดความแตกต่างหลากหลายและนำไปใช้กับออนเซนที่มีอยู่มากมายและเป็นวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่นำมาผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน

ปัจจุบันดอยน้ำซับยังร่วมกับ Thai Education Center ที่ญี่ปุ่นผลิตบุคลากรด้านการนวดประคบสมุนไพรไทย และการเรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ (organic agriculture) ซึ่งมีการเรียนที่กรุงเทพฯ และเชียงราย เป็นการเรียนแบบตัวต่อตัว รับนักเรียนได้เฉลี่ยเดือนละ 5-6 คน เพื่อให้เกิดความลึกซึ้งนำไปใช้ได้จริงและเพราะสถานที่จำกัด สำหรับที่กรุงเทพฯ เป็นเรือนไทยที่ใช้สำหรับการเรียนการสอน

นอกจากนี้ ยังมีการนำคำสอนทางศาสนา เช่น อิทธิบาท4 และพรหมวิหาร4 เข้ามาใช้ในหลักสูตรการเรียน และการนำเสนอที่ดีและถูกต้อง เช่น แนะนำว่าสามารถนำลูกประคบมาใช้สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ลูกใช้ดูแลสุขภาพให้พ่อแม่ หรือปู่ย่าตายาย
แต่ในอนาคตอาจจะรับนักเรียนได้มากขึ้นเพราะเชียงรายมีพื้นที่กว้าง และจะมีการสร้างกิจกรรมมากมาย เช่น การเรียนจากแปลงเกษตรอินทรีย์ การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย ศิลปะการนวดด้วยลูกประคบ ซึ่งแหล่งวัตถุดิบอยู่ที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง พื้นที่โครงการตามพระราชทาน 4 พันไร่ ส่วนพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรอยู่ที่นางแลใน เมื่อดึงคนเข้ามาได้มากขึ้น การเผยแพร่มากขึ้น ทำให้ขายผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้นตามไปด้วย

แม้ว่าสินค้าของดอยน้ำซับจะสร้างรายได้ปีละ 5-6 ล้านบาทซึ่งดูเหมือนน้อย แต่รายได้ดังกล่าวมาจากฐานเดิมซึ่งมีค่าเป็นศูนย์หรือไม่มีการนำมาสร้างมูลค่าเลย เช่น ลูกประคบซึ่งราคา 30-50 บาท สามารถเพิ่มมูลค่าด้วยการรับรองเรื่องเกษตรอินทรีย์ และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ซึ่งพันธมิตรจากญี่ปุ่นมาสอนและแนะนำ จนทำให้สินค้ามีความโดดเด่นในญี่ปุ่น ทำราคาได้สูงกว่าเดิมกลายเป็นอันละ 100 กว่าบาท

“แค่ออนเซนที่มีทุกหัวระแหงของญี่ปุ่น ยังไม่รวมช่องทางอื่น โอกาสในการนำสินค้าสุขภาพเข้าไปก็มีมากมายแล้ว ซึ่งเรากำลังทำ และแม้ว่าจะมีการเลียนแบบมาก แต่ในการออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศต้องการสิทธิบัตรเพื่อยืนยันคุณภาพสินค้า เพราะฉะนั้น ผู้ประกอบการตัวจริงที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ เท่านั้นที่ได้รับอนุญาต ถ้าให้มองการเติบโตหรือแนวทางดำเนินการก็ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของแต่ละคนว่ามีมากน้อยและเป็นแบบไหน”


เมื่อคนญี่ปุ่นซื้อขายกับเราแล้วจะไม่ติดต่อกับผู้ประกอบการรายอื่น เนื่องจากดอยน้ำซับนำลูกประคบเข้าตลาดญี่ปุ่นเป็นรายแรก ด้วยวิธีการนำเข้าอย่างถูกต้อง ทำให้สินค้าตัวนี้ยั่งยืนในตลาดญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน มีคนญี่ปุ่นเข้ามาประจำอยู่ในไทย แม้ว่าจะเป็นอาสาสมัครแต่สามารถช่วยได้มาก โดยเฉพาะการใช้ภาษาญี่ปุ่นคุยกับลูกค้าญี่ปุ่นทำให้ติดต่อกับลูกค้าญี่ปุ่นง่ายขึ้น และด้วยความเป็นเอเชียที่มีวัฒนธรรมคล้ายกัน เมื่อมาพบวัฒนธรรมของไทย เช่น เคารพครูอาจารย์ เคารพบรรพบุรุษ และมีการถ่ายทอดอย่างถูกวิธีและความเอื้ออาทร โอบอ้อมอารี ทำให้เขารักเรา

หลักสำคัญในการสร้างธุรกิจของดอยน้ำซับอยู่ที่การนำวัฒนธรรมไทยและชุมชนเป็นตัวตั้ง เพราะถ้าใช้เรื่องเงินเป็นตัวตั้งจะทำให้ทำงานยากและอาจจะไม่สามารถมาถึงวันนี้ได้เพราะคอยคิดแต่เรื่องกำไร-ขาดทุน และด้วยการที่สินค้ามีคุณภาพจริงๆ และทำธุรกิจอย่างซื่อสัตย์ทำให้เกิดความยั่งยืน

แต่ในด้านของการแข่งขันระดับประเทศ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการเคลื่อนย้ายของวัฒนธรรม มีการลื่นไหลไปมาหาสู่กันเสมอ มีการเลียนแบบกันและกัน นอกจากนี้ เกี่ยวกับกฎหมายการนำบุคลากรไทยหรือ therapist เข้าไปทำงานที่ญี่ปุ่น รัฐบาลไทยยังดูแลไม่ทั่วถึง และประเมินจากฝ่ายที่มีอำนาจมีความคิดแบบชิงดีชิงเด่นกันทำให้ขัดกันไปขัดกันมา เป็นจุดอ่อนที่ทำให้ไม่สามารถพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่นโยบายและแนวทางของจีนและเวียดนามชัดเจน เชื่อว่าต่อไปจะสามารถแซงไทย หากไทยยังไม่ปรับตัว

อ้างอิงจาก    ผู้จัดการออนไลน์


ThaiSMEfranchise.com : ศูนย์รวมธุรกิจ SME ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
Copyright 2010-2014. สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. พ.ศ.2537 [ ลิขสิทธิ์ & นโยบายส่วนตัว]
ผู้ดูแลเว็บไซต์ :   info@thaismefranchise.com |
ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Twitter ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน  Facebook ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Line

Telephone :  02-8967330-1 | Fax :  02-8967331
เจ้าของเดี่ยวกับ ThaiFranchiseCenter.com | ThaiSMEfranchise.com | ThaiFranchiseTV.com