Article written

  • on 11.08.2010
  • at 12:14 PM
  • by admin
  • 16,398 views
  • No Comment

“นกกรงหัวจุก” หนึ่งตัว สร้างอาชีพได้นับร้อย

“นอกจากอาชีพช่างทำกรง และอาชีพคิดค้นสูตรอาหารแล้ว อาชีพช่างทำตะขอแขวนกรงนกกรงหัวจุก นับเป็นอีกอาชีพหนึ่ง…สามารถสร้างรายรับให้กับผู้ผลิตได้เป็นอย่างดี”

ข้อมูลจากหนังสือ “คู่มือนกกรงหัวจุก” โดย คุณเอกชัย พฤกษ์อำไพ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดปัตตานี ซึ่งรวบรวมเรื่องราวรายละเอียดทุกแง่มุมเกี่ยวกับเจ้านกตัวเล็กน่ารัก เสียงดี มีราคา นามว่า “นกกรงหัวจุก” ตอนหนึ่งระบุว่า นกกรงหัวจุก เป็นนกอยู่ในวงศ์นกปรอดใน Family Pycnonotidae หรือวงศ์นกปรอด มีชื่อเป็นทางการว่า “นกปรอดหัวโขนเคราแดง” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pycnonotus Jocosus ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี 2535 จัดเป็นนกคุ้มครองประเภทที่ 3 สามารถเพาะพันธุ์ได้

ซึ่งจากการสืบค้นหลักฐานหลายแหล่ง พบว่า ประเทศไทย มีการเลี้ยงนกกรงหัวจุก ที่จับมาจากป่ามาเลี้ยงแล้วนับร้อยปี แต่เลี้ยงกันตามบ้านไม่แพร่หลาย เพิ่งจะมีการเลี้ยงอย่างจริงจังและมีการประกวดเมื่อราวปี พ.ศ. 2519

ปัจจุบัน มีการเลี้ยงนกกรงหัวจุกอยู่เป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ ในทุกภาคของบ้านเรา รวมไปถึงประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่ผ่านมา มักมีการจัดการแข่งขันการประกวดทุกวันเสาร์-อาทิตย์

กระทั่งมีการจัดตั้งชมรมนกกรงหัวจุกในทุกระดับตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และระดับประเทศโดยประสานงานกันเป็นเครือข่ายว่าจะมีการจัดประกวดแข่งขันกันที่ไหนบ้าง จากนั้นทุกชมรม จะจัดส่งนกกรงหัวจุกเข้าประกวด ทำให้การประกวดสนุกสนานและคึกคักไปแทบทั่วทุกหัวระแหง

ด้วยความนิยมดังกล่าวที่แพร่หลายไปทั่ว ส่งผลทำให้เกิดอาชีพที่เกี่ยวข้องกับ “นกกรงหัวจุก” อย่างมากมาย นับตั้งแต่ ช่างทำกรง ช่างทำตะขอแขวนกรง ช่างเย็บผ้าคลุมกรง ผู้ผลิตสูตรอาหารประเภทต่างๆ สำหรับนกชนิดนี้โดยเฉพาะ

รวมไปถึงพ่อค้าคนกลางผู้รวบรวมสินค้าทุกชนิด ที่เกี่ยวข้องกับ
“นกกรงหัวจุก” ไว้เพื่อรอจำหน่ายต่อให้ลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบธุรกิจลักษณะเดียวกันในทำเลน่าสนใจ ซึ่งให้เกียรติสละเวลามาให้ข้อมูลนับจากนี้ด้วย

ปลาซบเซา

เห็นตลาดใหม่

คุณเอกสิทธิ์ ศักดิ์สยามกุล หรือ คุณตี๋ เจ้าของกิจการ “ศักดิ์สยาม” จำหน่ายอุปกรณ์นกกรงหัวจุกทุกชนิด ทั้งปลีกและส่ง วัย 49 ปี กรุณาสละเวลาเฝ้าหน้าร้านซึ่งอยู่ที่ตลาดศรีสมรัตน์ จตุจักร มาให้ข้อมูลแบบกันเองว่า พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ อาชีพดั้งเดิมของครอบครัวตั้งแต่สมัยคุณพ่ออยู่ในแวดวงผู้เพาะพันธุ์ปลาสวยงามและจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับการเลี้ยงปลาทุกชนิด ดำเนินกิจการมาได้เป็นเวลานานตามสภาพขึ้น-ลงของเศรษฐกิจ

กระทั่งเมื่อราว 3 ปีก่อนหน้านี้ พบว่า ตลาดสัตว์เลี้ยงประเภทปลา ซบเซาลงไปพอสมควร ปลาสวยงามทุกชนิดเริ่มขายไม่ดี ในขณะที่กรงนกกรงหัวจุกและสินค้าที่เกี่ยวข้องกลับขายดิบขายดี เขาจึงเริ่มหันมาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับวงการผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกเป็นเวลานานนับปี จนทราบว่า นกกรงหัวจุก เป็นสัตว์เลี้ยงที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมาก

“ขายปลาสวยงามมานาน ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะหันมาขายกรงนก แต่เนื่องจากตลาดปลาความนิยมลดลง และคนหันมานิยมเลี้ยงนกกรงหัวจุกกันมากขึ้น อาชีพของผมเลยเดินมาถึงจุดเปลี่ยน” คุณตี๋ บอกอย่างนั้น และว่า ด้วยความที่อยู่ในแวดวงสัตว์เลี้ยงมานาน การเข้าถึงแหล่งความรู้ทุกด้านเกี่ยวกับนกกรงหัวจุก จึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นเท่าใดนัก เพราะมีพรรคพวกเพื่อนฝูงที่คร่ำหวอดอยู่ก่อน คอยให้คำแนะนำ

เมื่อสะสมวิชาความรู้ไว้ได้พอตัว คุณตี๋จึงปรับปรุงร้าน ด้วยการลงทุนซื้อสินค้าหมวดใหม่ เพื่อเอาใจคนรักนกกรงหัวจุกแบบครบวงจร มีทั้งอาหารจากผู้ผลิตไทยและเทศ รวมไปถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ โดยเฉพาะกรงนั้น มีตั้งแต่ “กรงโหล” ราคาหลักร้อยบาทสำหรับมือใหม่หัดเลี้ยง ไล่เรียงไปยันกรงชั้นเซียน ราคาหลักแสนบาทขึ้นไป

คุณตี๋ เล่าให้ฟังต่อว่า กิจการของเขาอยู่ในฐานะผู้จำหน่ายทั้งปลีกและส่ง ไม่มีโรงงานเป็นของตัวเอง เป็นเพียงแค่ผู้รับซื้อมาจำหน่ายต่ออีกทอดหนึ่ง ซึ่งแหล่งรับซื้อกรงมาจำหน่ายต่ออีกทอดหนึ่งนั้น มักมาจากทางภาคใต้ของไทย เช่น จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และเท่าที่ทราบทางจังหวัดในแถบภาคอีสานและเหนือ เริ่มหันมาทำกรงนกกรงหัวจุกขายกันมาก เนื่องจากมีคนนิยมเลี้ยงเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีเศษไม้เหลือจากการทำเฟอร์นิเจอร์ อย่างไม้สัก ชาวบ้านที่พอมีฝีมือ จึงเล็งเห็นถึงการเพิ่มมูลค่าให้กับเศษไม้ดังกล่าว

สารพัดอาชีพ

โอกาสเพียบ

นอกจากจะเป็นผู้จำหน่ายกรงนกกรงหัวจุกแล้ว ภายในร้าน “ศักดิ์สยาม” ของคุณตี๋ ยังมีอีกหนึ่งสินค้าสำคัญ นั่นคือ อาหารสำหรับนกชนิดนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเขาบอกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของอาหารนกที่จำหน่ายอยู่ในร้าน ล้วนเป็นสินค้าโอท็อป ซึ่งได้มาจากภูมิปัญญาของคนไทย ที่เหลืออีก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นอาหารนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง มาเลเซีย สิงคโปร์ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าบางกลุ่ม

“นกกรงหัวจุก ชอบกินผลไม้ พวก กล้วย มะละกอ แต่ปีนี้ฝนแล้งมาก ผลผลิตตามฤดูกาลจึงแพงขึ้น เช่น กล้วย จากเดิมหวีละ 5 บาท ทุกวันนี้ขายกันหวีละ 25 บาท ทำให้หลายคนคิดค้นสูตรอาหารสำหรับนกออกมาเป็นทางเลือกให้สำหรับคนเลี้ยง พูดได้ว่านกกรงหัวจุกสามารถสร้างงานสร้างอาชีพถึงระดับรากหญ้า รายได้กระจายออกไปสู่ชนบทมากขึ้นจริงๆ” คุณตี๋ ว่าอย่างนั้น

นอกจากอาชีพช่างทำกรง และอาชีพคิดค้นสูตรอาหารแล้ว อาชีพ “ช่างทำตะขอ” แขวนกรงนกกรงหัวจุก นับเป็นอีกอาชีพหนึ่ง ที่คุณตี๋ บอก สามารถสร้างรายรับให้กับผู้ผลิตได้เป็นอย่างดี โดยเริ่มจากการที่ พวกช่างตีทอง ตีทองเหลือง ซึ่งมีความสามารถด้านการขึ้นรูปโลหะด้วยมือ หันมานิยมเลี้ยงนกกรงหัวจุก เมื่อพวกเขาอยากให้กรงของตัวเองมีเอกลักษณ์ จึงตีตะขอขึ้นรูปสวยงาม ในแบบที่ชอบไว้ใช้เอง เมื่อเพื่อนฝูงเห็นจึงขอแบ่งปันไปใช้โดยจ่ายค่าตอบแทนให้ มูลค่าของตะขอดังกล่าวจึงเกิดขึ้นตั้งแต่นั้นมา กระทั่งมีการซื้อเก็บสะสมเหมือนกับของเก่าประเภทอื่นๆ

“หากคุณมีเงิน 30,000 บาท แบ่งไปซื้อกรงนกกรงหัวจุก 10,000 บาท ซื้อตู้ปลา 10,000 บาท ซื้อกรงสุนัข 10,000 บาท แล้วตั้งไว้เฉยๆ 10 ปี กรงนกกรงหัวจุกมีราคาเพิ่มแน่นอน ยิ่งถ้าได้ของจากช่างมีชื่อเสียงโด่งดัง คือวันนี้ไม่ดัง แต่อีก 10 ปีเขาเกิดดัง ราคาเพิ่มแน่ ไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท ขณะที่ตู้ปลา ยกให้ฟรีไม่มีใครเอา ส่วนกรงสุนัขตั้งไว้เฉยๆ ก็ผุกร่อน ทั้งกรงและตะขอแขวนกรงนกกรงหัวจุก จึงกลายเป็นของสะสมมีราคา” คุณตี๋ อธิบายให้ฟังอย่างนั้น

ถามถึงอุปสรรคของการทำธุรกิจนี้ คุณตี๋ บอกว่า ยอมรับว่าคู่แข่งมีมาก หากเป็นสินค้ากลุ่มกรงโหล อาจมีกรณีขายตัดราคากันบ้าง อย่างไรก็ตาม เรื่องของการแข่งขันนั้นเป็นของธรรมดาสำหรับทุกตลาด แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่า ความนิยมเลี้ยงนกกรงหัวจุกนี้นับวันจะแพร่หลายมากขึ้น ดังนั้น อาชีพที่เกี่ยวข้องกับนกกรงหัวจุก จึงจะมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัวไปด้วย

“ความนิยมเลี้ยงนกกรงหัวจุก นับว่าเป็นโอกาสของหลายอาชีพ อย่างคนมีฝีมือด้านศิลปะ ถ้าหันมาทำกรงนกกรงหัวจุก ผมว่าดีมากเลย ถ้าเข้าไม้ได้เนี้ยบ เหมือนไม้แผ่นเดียวกัน เก็บงาน เก็บสีดีๆ สามารถแจ้งเกิดได้แน่นอน” คุณตี๋ ทิ้งท้ายไว้อย่างนั้น

ร้าน ศักดิ์สยาม จำหน่ายอุปกรณ์นกกรงหัวจุก ทุกชนิด ทั้งปลีกและส่ง สนใจสินค้าหรืออยากนำผลงานเกี่ยวกับนกกรงหัวจุก ไม่ว่าจะเป็นกรง หรือสูตรอาหาร สามารถติดต่อไปได้ คุณตี๋ยินดีพูดคุยด้วยทุกวัน ร้านเปิดไม่มีวันหยุด เวลา 09.00-17.00 น. สาขา 1 ตลาดศรีสมรัตน์ จตุจักร สาขา 2 ถนนสามัคคี (ตรงข้าม โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์) จังหวัดนนทบุรี โทร. (081) 645-8262 , (089) 494-9120

ที่มา :คู่มือนกกรงหัวจุก โดย เอกชัย พฤกษ์อำไพ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดปัตตานี สำนักพิมพ์ฐานเกษตรกรรม 2546

กรงของนกกรงหัวจุก

กรงที่ใช้เลี้ยงนกกรงหัวจุก

การเลี้ยงนกกรงหัวจุก มีกรงที่ใช้เลี้ยงอยู่หลายประเภท ซึ่งแบ่งได้ดังนี้

1. กรงที่ใช้เลี้ยงนกกรงหัวจุกทั่วๆ ไป จะเป็นกรงแบบสี่เหลี่ยมแบบธรรมดาแบบหลังคาโค้ง

2. กรงสำหรับใส่นกเพื่อนำไปประกวดแข่งขัน อาจเป็นกรงที่เลี้ยงอยู่ทุกวันก็ได้ หรือเป็นกรงที่ผู้เลี้ยงทำไว้เฉพาะเวลานำนกกรงหัวจุกไปประกวดแข่งขัน จะเป็นกรงที่มีความละเอียด มีความประณีต และลวดลายแกะสลักสวยงามเป็นพิเศษ

3. กรงสำหรับใส่นกกรงหัวจุกเวลานกผลัดขน ส่วนมากจะนิยมทรงสี่เหลี่ยมแบบธรรมดา แต่กรงจะมีความกว้างและใหญ่กว่ากรงธรรมดาทั่วๆ ไป ซึ่งกรงจะมีความสูงประมาณ 30 นิ้ว คานล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านเท่า มีความกว้างประมาณ 25 นิ้ว คานบนเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านเท่า มีความกว้างประมาณ 20 นิ้ว ที่ทำกรงให้ใหญ่กว่าการเลี้ยงธรรมดา ก็เพราะต้องการให้นกกรงหัวจุกอยู่สบาย กระโดดไปมาได้ไกล เป็นการให้นกได้ออกกำลัง ผลัดขนได้เร็ว

4. กรงพักนก เป็นกรงที่ทำให้มีขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนพื้น กรงมีความกว้างประมาณ 1 เมตรขึ้นไป มีความยาวประมาณ 2 เมตรขึ้นไป ความสูงประมาณ 1.5-2.1 เมตร โดยมีขากรงสูงประมาณ 50 เซนติเมตร – 1 เมตร ใช้ตาข่ายสีฟ้าหรือลวดตาข่ายปิดล้อมกรงทั้ง 6 ด้าน มีประตูปิด-เปิด 1 ด้าน ในกรงมีที่ให้นกเกาะ มีน้ำและอาหารเตรียมไว้ให้ การทำกรงพักใหญ่ เพื่อให้นกได้บินออกกำลังนกก็จะแข็งแรงขึ้น นกเคยอยู่ในกรงเล็ก เมื่อมาอยู่ในกรงใหญ่จะสะดวกสบาย สามารถบิน กระโดดออกกำลังได้เต็มที่

ไม้ที่ทำกรงนกกรงหัวจุก

ถ้าเป็นกรงของนกกรงหัวจุกที่มีราคาแพง จะใช้ไม้ที่มีเนื้อแข็งมาทำเสา ทำคาน ทำลวดลาย ถ้าเป็นกรงนกกรงหัวจุกแบบธรรมดา ก็จะใช้ไม้เนื้ออ่อนทั่วๆ ไป ส่วนไม้ที่นำมาทำซี่ลูกกรง ได้แก่ ไม้ไผ่สีสุก ไม้ไผ่ลำมะลอก ไม้ไผ่ตง และไม้ไผ่อื่นๆ แต่ไม้ไผ่ที่ดีที่สุดคือ ไม้ไผ่สีสุก และไม้ไผ่ลำมะลอก ซึ่งแพงและหายาก

สำหรับไม้ไผ่ที่จะนำมาทำซี่กรงนั้น ถ้าจะให้ทนทาน แข็งแรง และอยู่ได้นาน วิธีการทำให้นำไม้ไผ่ที่แก่จัดจริงๆ ถ้าเอาไม้ไผ่อ่อน เนื้อจะไม่เหนียว เมื่อนำมาดัดจะหักได้ง่าย โดยนำไม้ไผ่ไปแช่น้ำทะเลนานประมาณ 2-3 เดือน ก่อนจะผ่ามาเหลา จากนั้นนำขึ้นมาจากน้ำทะเล มาไว้ในที่ร่ม เพื่อให้น้ำทะเลที่อยู่ในเนื้อไม้ไผ่ระเหยออกไปประมาณ 2-3 เดือนก่อน จะทำให้เนื้อไม้ไผ่เหนียว มอดไม่กิน เวลาเหลาไม้ไผ่เนื้อจะสวยสดคงที่


โครงสร้างของกรงนกกรงหัวจุก หลักๆ มีดังนี้

1. ขากรง ใช้เสากรงเป็นขาเลยก็ได้ หรือจะมีหัวขากรงเป็นเหล็ก เป็นพลาสติค หรือเป็นไม้

2. คานล่าง เป็นแผ่นไม้ ซึ่งอาจจะเป็นแผ่นไม้เรียบๆ หรือจะแกะเป็นลวดลาย

3. คานกลาง อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ จะเป็นไม้เรียบๆ หรือแกะสลักให้ดูสวยงามก็ได้

4. คานบนเป็นแผ่นไม้ ซึ่งอาจจะเป็นแผ่นไม้เรียบๆ หรือแกะสลักก็ได้

5. ซี่กรง จะเป็นไม้ไผ่มาเหลา ให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 0.3-0.4 มิลลิเมตร

6. เสากรง จะเป็นแผ่นไม้แบบเรียบๆ หรือแกะสลักก็ได้

7. หัวกรง จะเป็นหัวที่ยึดกับตัวกรง เป็นหัวกลึง เป็นไม้ เป็นพลาสติค หรือเป็นงาช้าง ถ้าเป็นงาช้างราคาจะแพง

8. ตะขอแขวนกรง ใช้เป็นเหล็ก หรือทองเหลือง มีทั้งแบบทำสำเร็จรูปขาย หรือแบบสั่งทำจากช่างทำทอง

อ้างอิงจาก   เส้นทางเศรษฐี


ThaiSMEfranchise.com : ศูนย์รวมธุรกิจ SME ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
Copyright 2010-2014. สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. พ.ศ.2537 [ ลิขสิทธิ์ & นโยบายส่วนตัว]
ผู้ดูแลเว็บไซต์ :   info@thaismefranchise.com |
ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Twitter ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน  Facebook ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Line

Telephone :  02-8967330-1 | Fax :  02-8967331
เจ้าของเดี่ยวกับ ThaiFranchiseCenter.com | ThaiSMEfranchise.com | ThaiFranchiseTV.com