ถ่ายทอดวิถีชีวิตไทยผ่านของจิ๋วงานศิลป์ เพื่อการพาณิชย์
งานปั้นสิ่งประดิษฐ์ของจิ๋ว ถือว่าเป็นงานฝีมือที่ทั่วโลกให้ความนิยม ศิลปินไทยมีฝีมือด้านงานปั้นของจิ๋วไม่แพ้ชาติใดในโลก สังเกตได้จากทุกครั้งที่มีศิลปินนักปั้นของจิ๋วไทยมารวมตัวกันเพื่อโชว์ผล งานมักจะมีผู้สนใจเข้าชมงานจำนวนมาก และด้วยรูปแบบและฝีมืองานปั้นก็ไม่ทำให้ผู้ที่เข้าชมงานผิดหวัง และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานปั้นของจิ๋ว ล่าสุดทางศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับศิลปินประดิษฐ์ของจิ๋วของไทย ฝีมือระดับ 5 ดาว จัดแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์ของจิ๋วในงาน Amazing Thai Miniature Arts งานแสดงสุดยอดของจิ๋วแห่งแดนสยาม ในระหว่างวันที่ 16-27 พฤษภาคม นี้ ณ ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต
นายชูพันธ์ บรรจงชาติ หนึ่งในศิลปินที่จะเข้าร่วมโชว์ผลงานในครั้งนี้ เล่าว่า สิ่งประดิษฐ์ของจิ๋ว เป็นงานฝีมือที่มีเสน่ห์ในตัวเอง ซึ่งผลงานของตนเองจะมีลักษณะที่แตกต่างจากคนอื่นๆ เพราะเป็นการนำเสนอสิ่งประดิษฐ์ของจิ๋วที่เป็นลักษณะของการเล่าเรื่องราว ภาพวิถีชีวิตของคนไทยที่ย้อนไปในอดีตที่เราสามารถนึกถึงได้ประมาณ 20 ปีถึง 30 ปี บางอย่างเป็นงานร่วมสมัยที่อาจจะยังพบได้ในปัจจุบัน แต่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถพบเห็นได้มากนัก เช่น การละเล่นแบบโบราณ การค้าขายในอดีต เช่น รถเข็นขายก๋วยเตี๋ยว รถเข็นขายน้ำแข็งใส จำลองการค้าบริเวณตลาดน้ำ ฯลฯ
สำหรับขนาดของจิ๋วที่ปั้นจำหน่ายในปัจจุบัน มีด้วยกันหลายขนาดแล้วแต่ความต้องการของลูกค้า แต่หลักที่ทำจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 12 และ 1 ต่อ 6 ราคาชุดละ ประมาณ 3,500 บาท 4,500 บาทถึงประมาณ 3-4 หมื่นบาท ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับความยากง่ายของรูปแบบ และขนาดของสิ่งประดิษย์ของจิ๋วชิ้นนั้น ซึ่งขนาดเล็กสุดที่เคยทำออกจำหน่ายประมาณ 1 ต่อ 125 ขนาดยิ่งเล็กมากจะปั้นยากและต้องใช้เวลานานมาก ราคาก็จะสูงตามไปด้วยจึงไม่ได้ออกมาจำหน่ายมากนัก นอกจากการทำโชว์ร่วมกับศิลปินในงานโชว์ของจิ๋วตามที่ต่าง หรือลูกค้าสั่งทำ บางครั้งสูงถึงเป็นราคาเป็นหลักแสนบาท ลูกค้ายินดีจะจ่ายถ้าพึงพอใจ
ปัจจุบันการปั้นของจิ๋ว มีการพัฒนาไปมาก นอกจากรูปแบบที่เปลี่ยนไปเรื่อยเพื่อหลีกหนีคนที่จะมาลอก เลียนแบบแล้ว ยังได้มีการนำเทคนิคแสง สี เสียง และการเคลื่อนไหวเข้ามาช่วย เพื่อให้งานดูมีชีวิตและเหมือนจริงมากขึ้น ซึ่งเทคนิคดังกล่าวมีการนำมาใช้กันเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เราถือได้ว่าเป็นรายแรกก็ว่าได้มีการนำเทคนิคดังกล่าวมาใช้ ปัจจุบันเริ่มมีศิลปินนักปั้นสิ่งประดิษฐ์ของจิ๋วหันมาใช้เทคนิคดังกล่าวกัน มากขึ้น เพื่อเพิ่มสีสันให้งานของจิ๋วดูน่าสนใจ และยังสามารถเรียกลูกค้าได้ ส่วนรูปแบบในอนาคตมีแผนที่จะทำรูปแบบของต่างประเทศ อย่าง งานสิ่งประดิษฐ์ของจิ๋ว ตุ๊กตาบาร์บี้ ซึ่งในต่างประเทศเองก็ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน หรือ การละเล่นไทย อย่าง โขน หรือ ลิเก เป็นต้น ซึ่งจะเป็นโขน ลิเก ที่ต่างจากคนอื่น เพราะสามารถเคลื่อนไหวได้มีแสง สี เสียง ประกอบ
และนอกจากงานปั้น การทำของจิ๋วก็ยังมีงานตัวอื่นมาประกอบด้วย เช่น งานไม้ งานแก้ว หล่อเรซิน และงานพิมพ์จากคอมพิวเตอร์กราฟฟิค ซึ่งเราสามารถทำได้เองทั้งหมด ส่วนเป่าแก้ว เป็นงานที่เรามีความชำนาญ เพราะเป็นอาชีพที่เราทำมาก่อน ดังนั้น จึงมีลูกค้าที่ทำของจิ๋วมาซื้องานเป่าแก้วจากที่ร้านของเราด้วย หรือลูกค้าต้องการสั่งทำตามแบบก็ทำให้ได้ เช่น ร้านกาแฟแบล็คแคนยอน ก็มาสั่งทำรูปแบบของร้านเพื่อนำไปโชว์ ระยะเวลาในการทำถ้าเป็นรถเข็นขายของ 1 ชุดขนาด 1 ต่อ 12 ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ หรือ ถ้าเป็นชุดขนาดใหญ่ อย่างภาพบรรยากาศตลาดน้ำ หรือ ตลาดโบราณขนาดเดียวกัน ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ซึ่งขั้นตอนการทำงานที่ยากที่สุดไม่ใช่งานปั้น แต่เป็นการทำของจิ๋วที่เป็นส่วนประกอบอย่างงานเป่าแก้ว ถือว่าทำยากสุด
ส่วนช่องทางการขาย ปัจจุบันมีร้านอยู่ที่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง ชั้น 3 ลูกค้าเป็นกลุ่มคนทั่วไปที่ชื่นชอบงานสิ่งประดิษฐ์ของจิ๋ว และกลุ่มนักสะสม ซึ่งมีทั้งลูกค้าคนไทยและต่างประเทศในสัดส่วนที่ใกล้เคียง ลูกค้า ต่างประเทศชื่นชอบในรูปแบบ เพราะเป็นวัฒนธรรมไทย ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน จะซื้อเป็นของฝากหรือของที่ระลึก โดยทุกเดือนจะมีแบบใหม่ออกมาเรื่อย เพื่อรองรับกลุ่มนักสะสม และหลีกหนีการลอกเลียนแบบ แต่บางแบบถ้าลูกค้าชื่นชอบเราก็ยังคงทำอยู่ ซึ่งรูปแบบของการปั้นจะดูจากภาพถ่าย และของจริง
นายชูพันธ์ เล่าว่า ปัจจุบัน ลูกค้าลดลงเริ่มลดน้อยลง เพราะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจงานสิ่งประดิษฐ์ของจิ๋ว ถือว่าเป็นของสิ้นเปลื้อง แม้แต่กลุ่มนักสะสมเองก็ลดน้อยลงไปด้วย ส่วนคนทำของจิ๋วก็ลดน้อยลงไปเช่นกัน เพราะถ้าไม่มีใจรักจริง ก็จะรู้สึกเบื่อและก็เลิกทำ ส่วนเราเอง มีทีมงานที่เป็นชาวบ้าน ต้องพึ่งพาอาศัยเราดังนั้น ไม่สามารถหยุดนิ่งได้ เพราะจะได้มีงานป้อนให้กับชาวบ้านได้ตลอด เพื่อเขาจะได้มีอาชีพ และไม่เลิกหันไปทำอย่างอื่น
สำหรับสิ่งประดิษฐ์ของจิ่ว ของคุณชูพันธ์ใช้แบรนด์ว่า Mini Thai ลูกค้าส่วนใหญ่จะรู้จักในชื่อของจิ๋ว เจ้เตียง ทำมานานกว่า 16 ปี ได้คัดเลือกเป็นสินค้าโอทอป และได้รับคัดเลือกให้ เป็นสุดยอดโอทอป 5 ดาว ของกรุงเทพมหานคร จุดเริ่มต้นของจิ๋ว เริ่มมาจากนายชุพันธ์หลงเสน่ห์ของงานศิลปะ เดิมทำงานเป่าแก้วมาก่อน ซึ่งลูกค้าก็เป็นกลุ่มของผู้ที่ทำงานสิ่งประดิษฐ์ของจิ๋ว ทำให้ได้รู้จักของจิ๋วมากขึ้น ก็เลยต้องการจะทำจำหน่ายเอง โดยศึกษาด้วยตัวเอง ซึ่งมีพื้นฐานด้านงานศิลปะอยู่แล้ว จึงทำได้ไม่ยาก ดินที่ใช้เป็นดินไทยที่เราคิดค้นขึ้นมาเอง แบ่งเป็นดินทึบ และดินแก้ว
สนใจต้องการจะฝีกงานของจิ๋ว คุณชูพันธ์ ได้เปิดสอนด้วยคิดราคาค่าเรียนจำนวน 2,500 บาท พร้อมอุปกรณ์ โทร.086-567-7538
อ้างอิงจาก ผู้จัดการออนไลน์










7-eleven
Snow City
กาแฟสวัสดี
ชิกเก้นแร๊พ
สถาบันภาษายูนิเซิร์ช
อิงลิช คอร์นเนอร์
บีเฮลธิ
เปิดรับโฆษณาแล้วจ้า!



กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
สสว.
ISMED
SMES Support
รวมแฟรนไชส์ทั่วไทย
สาระดีๆวาไรตี้ออนไลน์ 













