“บิวตี้ บุฟเฟ่ต์” ร้านค้าปลีกสินค้าความงาม
“Gino McCray คือเครื่องสำอางสำหรับมืออาชีพ Kallista Rivini เครื่องสำอางแพ็กเกจหรูหรา โทนการแต่งหน้าสีหวานๆ Anne & Florio เป็นเครื่องสำอางสำหรับวัยรุ่น หรือเพิ่งเริ่มวัยทำงาน Lansley, Functional skin care ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ให้ผลในการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย และ Scentio สกินแคร์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ”
เมื่อปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมผู้บริโภค ให้ส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อสินค้าที่ราคา ไม่เว้นเเม้แต่สินค้าเพื่อความงาม อย่างเครื่องสำอาง ยังต้องปรับตัวเช่นกัน
ปัจจุบัน เครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ดัง กลายเป็นสินค้าไม่จำเป็นในหมู่ผู้หญิงรักสวยรักงาม ที่ต้องการควบคุมรายจ่าย ตรงกันข้าม เครื่องสำอางราคาย่อมเยา แต่มีคุณภาพ เป็นสินค้าขายดี ฉะนั้น จึงเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการสินค้าความงามที่ชูจุดขาย “เครื่องสำอางมีแบรนด์ แต่ราคาย่อมเยา”
อุดช่องว่างธุรกิจ
สร้างทางเลือกซื้อใหม่
นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมนาโพลิแตนท์ จำกัด ผู้บริหารร้านค้าปลีกสินค้าความงามภายใต้ชื่อ “บิวตี้ บุฟเฟ่ต์” ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 54 สาขา อาทิ สยามสแควร์ มาบุญครองเซ็นเตอร์ เดอะมอลล์ (งามวงศ์วาน , รามคำแหง, ท่าพระ) ซีคอนสแควร์ เซนต์จูรี่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เซ็นทรัล (ปิ่นเกล้า, ลาดพร้าว, พระราม 2) เทสโก้ โลตัส (บางกะปิ, หลักสี่, บางพลี) แฟชั่นมอลล์ ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต แฟชั่นไอส์แลนด์ บิ๊กซี บางนา ฯลฯ วันนี้มาเฉลยแนวคิด ที่มา หลักการตลาด และรายละเอียด ตลอดจนหลากหลายแง่มุมการทำธุรกิจ ให้ฟัง
เจ้าของกิจการเท้าความว่า อดีตเคยเป็นแพทย์รักษาโรคทั่วไปในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จากนั้นมาประกอบธุรกิจส่วนตัว ด้านส่งออก แต่แล้วปี 2541 กิจการประสบวิกฤตค่าเงินบาทตกต่ำ ถึงขั้นต้องปิด เลยมองหาธุรกิจอื่น โดยส่วนตัวตอนนั้นอยากทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม โดยเฉพาะกับผู้หญิง เพราะไม่ว่ายุคสมัยไหน ผู้หญิงก็ขอสวยไว้ก่อน แต่ทว่าเพื่อความไม่ประมาท ศึกษาลู่ทางจนมั่นใจว่ามีโอกาส รีบฉวยไว้ทันที
เมื่อคิดจะรวยด้วยลำแข้งตัวเองแล้ว ต้องรอบคอบกันหน่อย เช่นเดียวกันกับนายแพทย์สุวิน ที่ลงไปสังเกตการณ์ธุรกิจเครื่องสำอางด้วยตนเองอยู่นานหลายเดือน จนกระทั่งเขาพบว่า ระหว่างเครื่องสำอางเคาน์เตอร์ หรือเครื่องสำอางแบรนด์เนม กับเครื่องสำอางตู้ที่เปิดขายทั่วไป มีช่องว่างคือ เครื่องสำอางแบรนด์เนม ลูกค้าต้องมีกำลังซื้อสูง ซึ่งช่วงนั้นกำลังซื้อลดต่ำลง ขณะเดียวกัน ถ้าเป็นเครื่องสำอางตู้ แม้ไม่แพง แต่ข้อเสียคือ วางมิดชิด ลูกค้าไม่สามารถหยิบทดลองใช้ อีกทั้งไม่มีป้ายบอกราคาที่ชัดเจน ประกอบกับนิสัยคนไทยมักขี้เกรงใจ หากลองแล้วต้องซื้อ ซึ่งเท่ากับว่า ถ้าเงินไม่พอ จะไม่กล้าเข้าร้าน ดังนั้น จึงเล็งเห็นช่องว่าง ว่าถ้านำเครื่องสำอางระดับคุณภาพ มาขายในรูปแบบที่ง่าย ตั้งราคาให้เหมาะสม ลูกค้าน่าจะชอบและให้ความสนใจ
แนวคิดของนายแพทย์สุวินตอนนั้นคือ เขาต้องการพลิกโฉมรูปแบบการขาย และราคาเครื่องสำอาง โดยจะนำเครื่องสำอางคุณภาพดี มาขายในราคาไม่แพง ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย มีสินค้าให้ทดลองใช้ แต่เพื่อสร้างความโดดเด่น เจ้าตัว ระบุเงื่อนไขว่า ต้องเป็นเครื่องสำอางแฟชั่น มีหลากหลายชนิด เสมือนเอาเคาน์เตอร์เครื่องสำอางหลายๆ เคาน์เตอร์มารวมกัน โดยมีพนักงานให้คำแนะนำการแต่งหน้าทุกขั้นตอน “อยากเปิดศูนย์รวมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ความงาม ที่หลากหลายตราสินค้าและราคา มีทั้งนำเข้าจากต่างประเทศและที่ผลิตภายในประเทศ อาทิ ลิปสติก อายแชโดว์ มาสคาร่า ที่ปัดแก้ม แป้งพัฟ ครีมรองพื้น ชุดแต่งหน้า ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ผลิตภัณฑ์ดูแลเรือนร่าง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลเล็บ มือ เท้า อุปกรณ์แต่งหน้า”
ผลตอบรับดีเกินคาด
รุกขยายสาขา
เมื่อนายแพทย์สุวินจะเข้ามาลดช่องว่างด้านราคา และบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกไม่เป็นกันเองกับลูกค้า อีกทั้งจะเป็นผู้นำเครื่องสำอางแฟชั่น ถามถึงวิธีคัดเลือกสินค้า เจ้าของกิจการ ตอบว่า เพื่อให้ได้สินค้าดี มีคุณภาพ จะเฟ้นหาด้วยตนเอง ประกอบกับเคยเป็นแพทย์ ฉะนั้น จะทดสอบคุณสมบัติเครื่องสำอางจนมั่นใจว่าปลอดภัย ปราศจากสารเคมี ส่วนความหลากหลายมอบหน้าที่ให้ภรรยา
“เนื่องจากทางบริษัทไม่ใช่โรงงานผลิต แต่มีคอนเซ็ปต์การทำงานที่ชัดเจน ฉะนั้น นอกจากเลือกเครื่องสำอางที่คุณภาพแล้ว ยังอาศัยชื่อเสียงเป็นสิ่งสำคัญ จะไม่ผูกขาดรับสินค้าจากโรงงานเดียว เพราะส่วนตัวมีความเชื่อว่า โรงงานแต่ละแห่งถนัดผลิตสินค้าที่แตกต่างกัน” นายแพทย์สุวิน กล่าว จากนั้นบอกต่อ แต่การจะดึงลูกค้ารสนิยมสูง ให้หันมาใช้สินค้าราคาประหยัด ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากคุณภาพสินค้าดี มีความหลากหลาย ขั้นตอนซื้อ-ขายที่ง่ายแล้ว ยังมีเทคนิคคือ ใช้วิธีเมื่อไม่พอใจ สามารถเปลี่ยนคืนสินค้าได้ มีป้ายบอกราคา สรรพคุณชัดเจน รวมถึงความเป็นมิตรของพนักงาน บรรยากาศ และสถานที่ตั้ง
เพื่อให้ครบองค์ประกอบร้านค้าที่ดี เจ้าของกิจการ เผยว่า ปี 2541 ลงทุนเปิดร้านสาขาแรกที่สยามสแควร์ เนื้อที่ 15 ตารางเมตร พนักงาน 3 คน ใช้เงินจำนวนหลายแสนบาท ด้วยเหตุผลที่ว่า อยู่ย่านวัยรุ่น ผู้คนพลุกพล่าน แถมกำลังซื้อสูง และด้วยสินค้าอันหลากหลาย ประกอบกับราคาไม่แพง สร้างบรรยากาศด้วยเสียงเพลง แถมมีพนักงานคอยให้คำปรึกษา เวลาไม่นาน ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้น สำหรับสินค้าที่ทำให้ร้านแจ้งเกิดคือ เครื่องสำอางประเภทมีกากเพชรระยิบระยับ หรือที่เรียกว่าไฮไลต์นั่นเอง
“สินค้าจะขายดีต้องอิงแฟชั่น ฉะนั้น ก่อนนำมาวางจำหน่ายได้ศึกษาจากนิตยสารชั้นนำ รวมถึงบินลัดฟ้าไปสำรวจเทรนด์จากต่างประเทศ ผลการสำรวจเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เครื่องสำอางไฮไลต์กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นางแบบ ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ไม่มีผู้ประกอบการไทยรายใดกล้านำเข้า บิวตี้ บุฟเฟ่ต์ ถือเป็นรายแรกที่เห็นโอกาส” เจ้าของกิจการ กล่าว
หลายปัจจัย อาทิ ทำเลที่ตั้ง ความหลากหลาย ราคาสินค้า ความเอาใจใส่ของพนักงานขาย ส่งผลให้บิวตี้ บุฟเฟ่ต์ ได้ลูกค้าหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนผู้หญิงที่รักสวยรักงามทุกวัย ตรงนี้เอง เจ้าของกิจการเกิดแนวคิดอยากขยายสาขา สร้างภาพลักษณ์สินค้าให้ชัดเจน และแบ่งกลุ่มลูกค้าให้เข้ากับชนิดสินค้าตามการใช้งาน อาทิ เครื่องสำอางระดับมืออาชีพ เครื่องสำอางสำหรับหัดแต่งหน้า กลุ่มลดริ้วรอย บำรุงผิวพรรณ เป็นต้น
“สินค้าที่บริษัทสั่งเข้ามา จะมาตั้งเป็นแบรนด์ของทางร้านเอง เมื่อลูกค้าให้การตอบรับสูง เพื่อแบ่งกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจน บิวตี้ บุฟเฟ่ต์ จึงตั้งแบรนด์สินค้าใหม่ขึ้น 3 แบรนด์ ประกอบด้วย จีโน่ แมคเครย์ (Gino McCray) คือเครื่องสำอางสำหรับมืออาชีพ, คาลลิสต้า รีวีนี่ (Kallista Rivini) เครื่องสำอางแพ็กเกจหรูหรา โทนการแต่งหน้าสีหวานๆ, แอน แอนด์ ฟลอริโอ้ (Anne & Florio) เป็นเครื่องสำอางสำหรับวัยรุ่น หรือเพิ่งเริ่มวัยทำงาน, ลานส์ลีย์ (Lansley), ฟังก์ชันแนล สกิน แคร์ (Functional skin care) ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ให้ผลในการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย และ เซนติโอ้ (Scentio) สกินแคร์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ การทำเช่นนี้เชื่อว่าจะสามารถจับกลุ่มลูกค้าได้ทุกระดับ”
ถามว่า การแบ่งกลุ่มสินค้า ลูกค้าเกิดความสับสนหรือไม่ ผู้ประกอบการคนเดิม ตอบว่า ถ้าดูผิวเผินอาจสับสน แต่จริงๆ แล้ว การทำเช่นนี้ช่วยให้สินค้าแบ่งเป็นหมวดหมู่ชัดเจน อีกทั้งแต่ละประเภทมีความหลากหลาย ตัวอย่างเช่น ลูกค้าจะซื้ออายแชโดว์ 1 ตลับ ร้านอื่นอาจมีสีให้เลือก 4-5 สี ขณะที่ร้านเรามีอย่างน้อย 10-15 สี เรียกว่าตอบสนองได้ครบทุกความต้องการลูกค้า ขณะเดียวกัน ราคาสมเหตุสมผล
บริหารดี เติบโต 54 สาขา
หัวใจสำคัญ ประชุมทุกเดือน
สำหรับแหล่งที่นายแพทย์สุวินสั่งผลิตสินค้า และวิธีการคัดเลือก เขา เผยว่า ก่อนสั่งผลิตจะเดินทางไปสำรวจถึงต้นตอของโรงงาน ว่าสภาพเป็นอย่างไร ทดสอบหลายอย่าง ทั้ง สี กลิ่น วัตถุดิบที่ใช้ เปรียบเทียบหลายโรงงาน คัดเลือกจากชื่อเสียง ซึ่งโรงงานที่สั่ง ล้วนผลิตให้แบรนด์ดังๆ ได้รับเครื่องหมาย GMP การันตี อาทิ แป้ง มาสคาร่า อายแชโดว์ ผลิตจากประเทศเกาหลี ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม วัตถุดิบจากสหรัฐอเมริกา
ทางด้านการเติบโตของธุรกิจ เจ้าของกิจการ กล่าวว่า เป็นไปอย่างที่มุ่งหวัง เพราะปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 54 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก อยุธยา พัทยา ระยอง กระบี่ สมุย ระนอง ภูเก็ต อีกทั้งวางแผนขยายสาขา โดยสิ้นปี 2552 ตั้งเป้า 65 สาขา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของบริษัท เพราะแต่ละสาขาใช้พื้นที่ตั้งแต่ 15-30 ตารางเมตร พนักงาน 2-3 คน ใช้เงินลงทุนอย่างน้อย 1-4 ล้านบาท “การขยายกิจการ บางทีไม่ต้องรอให้คืนทุน ก็สามารถเปิดได้เลย ถ้าทำเลนั้นดีพอ เพราะถ้าช้าไปวันเดียวอาจทำให้เสียโอกาสได้ ซึ่งหลักที่ใช้ในการเลือกทำเลคือ เน้นอยู่ในห้างสรรพสินค้า ใกล้แหล่งชุมชน เดินทางสะดวก ปริมาณคนเดินเข้าออกสูง ใช้เวลาสังเกตอย่างน้อย 1-2 เดือน”
ถามถึงรายได้ที่บิวตี้ บุฟเฟ่ต์ ได้รับ ผู้ประกอบการคนเดิม ตอบว่า จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เป็นที่น่าพึงพอใจมาโดยตลอด เครื่องสำอางสำหรับมืออาชีพ หรือ Gino McCray สร้างยอดขายให้สูงสม่ำเสมอ แต่ปีที่แล้ว จนถึงปีนี้ ภาวะเศรษฐกิจแย่ ส่งผลให้ลูกค้าใช้จ่ายประหยัด ยอดขายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตกลงเกือบครึ่ง ทางบริษัทจึงปรับตัวด้วยการกระตุ้นยอดขาย จัดโปรโมชั่นทุก 1-2 เดือน เช่น การจัดเซ็ตเมนูสินค้า จับคู่สินค้าราคาประหยัด ซื้อสินค้าชิ้นที่ 1 ชิ้นที่ 2 ลด 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น
ทางด้านหลักการทำงาน นายแพทย์สุวิน เผยว่า บริษัทจะจัดประชุมทุกแผนกทุกเดือนตั้งแต่ ฝ่ายพัฒนาสินค้า ฝ่ายการตลาด บัญชี โดยเฉพาะพนักงานขาย จะอบรมเทคนิคการแต่งหน้า เรียนรู้ผลิตภัณฑ์ให้ถ่องแท้ เพื่อสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ เชื่อว่าการทำเช่นนี้ จะเข้าถึงความต้องการของลูกค้าและยอดขายที่ดี
การที่บิวตี้ บุฟเฟ่ต์ เป็นเครื่องสำอางแฟชั่น ข้อดีคือ สินค้าหมุนเวียนเข้า-ออกตลอดเวลา ทำให้ไม่ค้างสต๊อค ตรงนี้ ผู้บริหารบอกเสมือนเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่ง เพราะนอกจากได้ระบายสินค้าแล้ว ยังทำให้จำหน่ายก่อนหมดอายุ แต่ข้อเสียคือ ต้องตามแฟชั่นให้ทัน คาดเดาความต้องการลูกค้าให้ถูก และไม่กักตุนสินค้ามาก เพราะหากผิดพลาด เท่ากับปริมาณสินค้าที่สต๊อคไว้ จำหน่ายไม่ได้ก็ขาดทุน
ปัจจุบัน หน้าที่ ที่รับผิดชอบ เจ้าตัว กล่าวว่า เน้นหนักเรื่องการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และยอมรับจากลูกค้า ส่วนหน้าที่อื่นๆ ทางบริษัทมอบหมายให้พนักงานซึ่งมีความรู้ความสามารถคอยช่วยเหลือ “หน้าที่ ที่รับผิดชอบขึ้นอยู่กับช่วงการเจริญเติบโตของบริษัท ในช่วงแรกกรรมการผู้จัดการดูแลทุกอย่าง พอจำนวนสาขามากขึ้น จะเน้นบริหารงาน ด้านการติดต่อระหว่างสาขา และควบคุมคุณภาพสินค้า พอกิจการขยายถึงเป้าหมาย หันมาให้ความใส่ใจเรื่องการสร้างชื่อเสียง”
สุดท้าย กับคำถามรูปแบบกิจการในอนาคตจะเป็นอย่างไร หรือมีแนวคิดผลิตสินค้าเองหรือไม่ เจ้าของบริษัท ตอบว่า อยากเปิดกิจการในรูปแบบแฟรนไชส์ ขณะนี้อยู่ในช่วงวางแผนงาน และระบบการบริหารให้ครอบคลุม อาทิ ระบบบริหารร้าน ความรู้ด้านธุรกิจและความสวยงาม การประชาสัมพันธ์ การจัดระบบสารสนเทศ บัญชี และการเงิน ส่วนการผลิตสินค้าเองนั้น คงไม่อย่างแน่นอน เพราะการสั่งผลิตจากโรงงานที่มีความถนัดในแต่ละด้านแต่ละประเทศจะทำให้เราได้สินค้าที่ดีที่สุดของแต่ละโรงงาน ดีกว่าโรงงานเดียวผลิตทุกอย่าง
คุณผู้หญิงที่ต้องการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ความงามที่หลากหลายในราคาสมเหตุสมผลและเหมาะสมกับยุคปัจจุบัน สามารถเลือกใช้สินค้าของ บิวตี้ บุฟเฟ่ต์ ได้ทั้ง 54 สาขาแล้ววันนี้ หรือโทรศัพท์สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท โมนาโพลิแตนท์ จำกัด เลขที่ 10/915 หมู่ 11 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ โทรศัพท์ (02) 946-0700-6, (02) 946-1446-9 www.beautybuffetshop.com
ข้อมูลจำเพาะ
กิจการ ร้านค้าปลีกสินค้าความงาม
ชื่อร้าน “คอสเมด้า บิวตี้ บุฟเฟ่ต์”
ชื่อบริษัท บริษัท โมนาโพลิแตนท์ จำกัด
กรรมการผู้จัดการ นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ
จุดเด่น เสมือนเป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ความงาม ที่หลากหลายตราสินค้า มีป้ายบอกราคา สรรพคุณชัดเจน
แหล่งซื้อ มีทั้งนำเข้าจากต่างประเทศและที่ผลิตภายในประเทศ
ผลิตภัณฑ์ ลิปสติก อายแชโดว์ มาสคาร่า ที่ปัดแก้ม แป้งพัฟ ครีมรองพื้น ชุดแต่งหน้า ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ผลิตภัณฑ์ดูแลเรือนร่าง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลเล็บ มือ เท้า อุปกรณ์แต่งหน้า
วิธีประชาสัมพันธ์สินค้า โบรชัวร์ และเว็บไซต์
เทคนิคเรียกลูกค้า สร้างบรรยากาศร้านให้ความรู้สึกที่เป็นกันเอง พนักงานถ่ายทอดสรรพคุณสินค้าได้อย่างครบถ้วน จัดทำโปรโมชั่นบ่อย
สินค้าขายดี เครื่องสำอางกลุ่มมืออาชีพ หรือ Gino McCray
แนวทางการขยายธุรกิจ ปี 2552 จะขยายสาขาให้ได้ 65 สาขา และขยายในรูปแบบแฟรนไชส์
ปัญหาที่พบ ภาวะเศรษฐกิจส่งผลให้ยอดจำหน่ายลดลง
วิธีแก้ไข จัดโปรโมชั่นทุก 1-2 เดือน ออกสินค้าตัวใหม่ตลอด
สถานที่ติดต่อ บริษัท โมนาโพลิแตนท์ จำกัด เลขที่ 10/915 หมู่ 11 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ (02) 946-0700-6, (02) 946-1446-9
เว็บไซต์ www.beautybuffetshop.com
อ้างอิงโดยดวงกมล โลหศรีสกุล










7-eleven
Snow City
กาแฟสวัสดี
ชิกเก้นแร๊พ
สถาบันภาษายูนิเซิร์ช
อิงลิช คอร์นเนอร์
บีเฮลธิ
เปิดรับโฆษณาแล้วจ้า!



กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
สสว.
ISMED
SMES Support
รวมแฟรนไชส์ทั่วไทย
สาระดีๆวาไรตี้ออนไลน์ 













