Article written

  • on 05.01.2010
  • at 04:21 PM
  • by admin
  • 6,198 views
  • 1 Comment

ของเล่นสมานฉันท์ เติมอารมณ์ขำ แอบกัดคนการเมือง

ความขัดแย้งทาง การเมืองไทยที่ทอดยาวต่อเนื่องมาหลายปี มีการแบ่งฝ่าย แบ่งสีตั้งแต่ระดับครอบครัวไปจนถึงระดับชาติ กลายเป็นปมขัดแย้งที่บาดลึกในสังคมไทย ปัญหาเหล่านี้ ล้วนสร้างความเหนื่อยล้าให้แก่ประชาชน พร้อมกับมีคำถามในใจคล้ายๆ กันว่า “เมื่อไรความวุ่นวายจะจบเสียที”

ประเด็นดังกล่าวเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่อย่าง “สินา วิทยวิโรจน์” หยิบเอาการเมืองเรื่องเครียดๆ มานำเสนอใหม่ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ของเล่นต่างๆ เพื่อเรียกรอยยิ้มและความสุขจากผู้พบเห็น และที่สำคัญที่สุด หวังว่าผลงานเล็กๆ นี้จะเป็นเศษเสี้ยวที่มีส่วนช่วยให้สังคมไทยกลับมารักสามัคคีกันอีกครั้ง

samanachan01

สินา เล่าว่า ส่วนตัวเป็นคนสนใจติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างใกล้ชิด ต้องอ่านหนังสือพิมพ์ทุกเช้า โดยเฉพาะข่าวการเมืองจะสนใจมากเป็นพิเศษ

กระทั่งเมื่อราว 3 ปีที่แล้ว ความวุ่นวายทางการเมืองเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ส่วนตัวเป็นเพียงนักศึกษา ปี 3 คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งในฐานะคนไทยธรรมดาๆ คนหนึ่งรู้สึกอึดอัดอย่างมาก เหมือนตัวเองเป็นเพียงคนนอกที่ต้องคอยเฝ้าดูคนสองกลุ่มทะเลาะกัน โดยตัวเองไม่มีสิทธิมีเสียงจะทำอะไรได้เลย

samanachan02

“ผม มีความตั้งใจจะทำสินค้าแฮนด์เมดอยู่แล้ว พอเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นก็รู้สึกอึดอัดมาก ยิ่งอ่านข่าวก็ยิ่งเครียด อยากมีส่วนช่วยสังคมได้บ้าง ทำให้เกิดไอเดียว่า จะทำสินค้าที่มาจากจินตนาการบวกกับความเป็นจริงทางสังคม โดยหยิบเอาเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองมานำเสนอผ่านสินค้าแฮนด์เมดในมุมมองที่ ดูแล้วไม่เครียด ให้ผู้พบเห็นเกิดความสุข ในขณะเดียวกันผมก็ได้ถ่ายทอดสารที่อยากสื่อถึงสังคมออกไปด้วย”

ผลงานชิ้นแรกทำเป็นภาพตกแต่งด้วยคอมพิวเตอร์ เอารูปตัวเองไปอยู่ในเหตุการณ์สำคัญๆ ทางการเมือง และด้วยสไตล์ภาพที่ออกมาเชิงขบขำอารมณ์ดี ใครเห็นต้องมีรอยยิ้มเสมอ

samanachan03

ล้อเลียนเกมต่อสู้ ชื่อดังอย่าง “Street fighter” แต่เปลี่ยนตัวละครเป็นบุคคลสำคัญทางเมืองของไทย ส่วนฉากหลักเป็นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  ต่อจากนั้น ได้เพิ่มเติมสินค้าประเภทของเล่นต่างๆ ได้แก่ โปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ โดยเขียนโปรแกรมล้อเลียนเกมต่อสู้ชื่อดังอย่าง “Street fighter” แต่เปลี่ยนตัวละครเป็นบุคคลสำคัญทางเมืองของไทย ส่วนฉากหลักเป็นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

นอกจากนั้น เพื่อให้สินค้าสามารถจับต้องได้มากยิ่งขึ้น ยังทำของเล่นอื่นๆ เช่น หน้ากากรูปหน้านักการเมือง และตุ๊กตากระดาษ หรือ Paper Craft โดยนำบุคคลสำคัญทางการเมืองต่างๆ มาเป็นต้นแบบเช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็นอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ , พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร , สนธิ ลิ้มทองกุล , พล.ต.จำลอง ศรีเมือง , พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, สมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นต้น ทั้งหมดล้วนนำเสนอในสไตล์อารมณ์ดี แต่ภายในแอบสื่อความหมายไปสู่สังคมอย่างน่าสนใจ

samanachan04

“ที่ผ่านมา ผมจะรู้สึกว่า ประชาชนเป็นเหมือนของเล่นของนักการเมือง ดังนั้น ที่ผมนำบุคคลสำคัญทางการเมืองมาเป็นของเล่น เพราะอยากลดทอนความสำคัญของตัวบุคคล แทนที่จะให้คนเพียงไม่กี่คนมาชี้นำ ใช้ประชาชนเป็นเครื่องเล่นหรือเป็นเครื่องมือของเขา เพื่อทำประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง ผมอยากเปลี่ยนบทบาทให้ประชาชนมาเป็นคนเล่นการเมืองแทนที่ โดยบุคคลทางการเมืองเหล่านี้เป็นเพียงแค่ของเล่นหรือเครื่องมือของประชาชน เท่านั้น” สินา อธิบาย

สินค้าทั้งหมดที่ทำขึ้น ล้วนเป็นงานแฮนด์เมด 100% ทำด้วยตัวเองคนเดียว ลงทุนเบื้องต้นแค่หลักพันบาท เช่น ตุ๊กตากระดาษใช้วิธีออกแบบในคอมพิวเตอร์แล้วไปอัดภาพตามร้านถ่ายรูป ส่วนบรรจุภัณฑ์ซื้อพลาสติกแผ่นมาตัดประกอบด้วยตัวเอง เป็นต้น โดยนำไปขายตามตลาดนัดไอเดียที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ใช้พื้นที่ขายฟรี เช่น งาน Fat Festival ของคลื่นวิทยุ FM 104.5 และตลาดนัดปล่อยแสง จัดโดยศูนย์การส่งเสริมและพัฒนาการออกแบบ (TCDC) เป็นต้น ซึ่งได้การตอบรับอย่างดี แทบทุกคนที่เห็นสินค้าจะเกิดรอยยิ้ม และที่สำคัญจะซื้อโดยไม่แบ่งสี

samanachan05

“คนที่ซื้อ สินค้าของผม มีทุกสี เพราะเขาจะมองว่ามันเป็นสินค้าหรืองานศิลปะมากกว่าซื้อไปใช้แสดงจุดยืนทาง การเมือง ทุกคนที่เห็นจะบอกว่าน่ารัก คนเสื้อเหลืองก็มีซื้อตุ๊กตาของคุณทักษิณ เพราะเห็นว่าตลกดี หรือจะซื้อตุ๊กตาคุณสนธิ เพราะชื่นชอบก็ได้ เช่นเดียวกับคนเสื้อแดง ก็มีทั้งซื้อตุ๊กตาคุณทักษิณ คุณอภิสิทธิ์ คุณสนธิ หรือคุณจำลอง ซึ่งส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่า การเปิดใจยอมรับนี้ มันเป็นส่วนเล็กๆ ที่ช่วยละลายการแบ่งพรรคแบ่งพวก ให้คนไทยกลับมารักกันเหมือนเดิม” หนุ่มหัวใจศิลป์กล่าว

โทร.08-2022-4420

อ้างอิงจาก ผู้จัดการออนไลน์

ธุรกิจ SMEs ที่น่าสนใจอื่นๆ..

  • http://www.create2u.com ประสิทธิ์

    สวัสดีครับผมเปิดร้าน eCosway อยู่ที่ราชวัตร ติดธนาคารกสิกรไทย ตรงข้ามกรมสรรพสามิต โดยที่บริษัทเค้าลงทุนให้ทั้งหมดเป็นเงินมากกว่า 2,000,000 บาท แถมค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เดือนละอีกหลายหมื่น บริษัทก็เป็นคนจ่ายให้อีกเหมือนกัน ผมเปิดร้านเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2553 และปิดยอดเมื่อสิ้นเดือนมีนาคมได้ 600,000 บาท ผมได้เงินก้อนแรก 5% = 30,000 บาท และยังมีรายได้ก้อนที่ 2 จากการแนะนำสมาชิกอีก เป็นยังไงบ้างครับ ดีมั้ยครับ ถ้าหากว่าเพื่อนๆ สนใจอยากได้ร้านแบบนี้อย่างผม ผมยินดีที่จะให้คำแนะนำทุกคนที่มีความตั้งใจ ผมอยู่ที่ร้านราชวัตรทุกวัน มาพบผมได้ แต่รบกวนโทรนัดล่วงหน้านิดนึงนะครับ ประสิทธิ์ 086-300 9363 juiecosway@hotmail.com ( เพราะการให้ที่ยิ่งใหญ่ คือการให้ต่อไปไม่รู้จบ )


ThaiSMEfranchise.com : ศูนย์รวมธุรกิจ SME ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
Copyright 2010-2011. สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. พ.ศ.2537 [ ลิขสิทธิ์ & นโยบายส่วนตัว]
ผู้ดูแลเว็บไซต์ :   info@thaismefranchise.com
Telephone :  02-8967330-1 | Fax :  02-8967331
เจ้าของเดี่ยวกับ ThaiFranchiseCenter.com | ThaiSMEfranchise.com | ThaiFranchiseTV.com     ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Twitter ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน  Facebook ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube