“Rana Rita” เครื่องประดับ “เทรนดี้” ออนไลน์
เรื่องนี้ถูกพิสูจน์มาแล้ว กับธุรกิจสวยเก๋ของสาวเจ้าคอนเซปต์ เครื่องประดับแนว “Trendy Fashion” แบรนด์ “Rana Rita” การผนึกกำลังครั้งสำคัญของนักประชาสัมพันธ์สาว “แหม่ม” นิมมิดา วรนิธิศ และเพื่อนสนิทสุดซี้วงการจิวเวลรี่ส่งออก
เมื่อคุณผู้หญิงที่ชอบดูแลตัวเองให้สวย และรักการแต่งตัวเป็นชีวิตจิตใจ คิดก้าวสู่ถนนผู้ประกอบการ อะไรจะลงตัวไปกว่าธุรกิจเครื่องประดับ พวกเธอบอกเราว่า อยากทำจิวเวลรี่แนวเทรนดี้แฟชั่น สวย เก๋ คุณภาพดี และคนเข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาสมเหตุสมผล
ต้นทุนจากประสบการณ์ในธุรกิจจิวเวลรี่ส่งออกที่รู้เทรนด์แฟชั่นอินเตอร์เป็นอย่างดี บวกกับรู้กระบวนการผลิตจิวเวลรี่ คลุกคลีกับเหล่าดีไซเนอร์พอสมควร ทำให้มองเห็นแนวทางที่จะเริ่มกิจการได้ ต้นทุนอีกด้าน คือมุมของนักประชาสัมพันธ์และการตลาด เติมเต็มธุรกิจใหม่ให้กลายเป็นธุรกิจทำเงินขึ้นมาได้จริง สินค้า + การตลาด + ไอเดีย ก็กลายเป็นธุรกิจ “อินเทรนด์” ที่ทุกคนสามารถแสดงฝีมือกันอย่างเต็มที่ “ในเรื่องของการดีไซน์ เราจ้างดีไซเนอร์มืออาชีพมาออกแบบให้ วงการจิวเวลรี่บ้านเรามีดีไซเนอร์ฟรีแลนซ์ฝีมือดีเยอะมาก เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรเองทั้งหมด แต่สามารถดึงคนเก่ง มีความสามารถมาทำงานให้เราได้ แต่คอนเซปต์ต้องมาจากเรา
เพื่อให้ Rana Rita มีความโดดเด่น แตกต่างจากแบรนด์อื่น” สุดทางของความต่าง มาลงตัวกับสไตล์ “Simply Modern” ความทันสมัยที่เรียบง่าย แต่โดดเด่นไม่เป็นรองใคร ด้วยวัตถุดิบหลักคือ
แก้วหินมัวรานา (murano) ที่มีจุดเด่น สีสันสดใส เงางาม และมีทุกเฉดสี พร้อมหลากรูปทรง จึงสามารถหยิบมาดีไซน์ให้เก๋ไก๋ถูกใจสาวๆ ขณะที่ราคาก็ไม่ได้สูงมากนัก พวกเธอบอกเราว่า “ความเรียบง่าย” แต่ “เก๋” จะทำให้เครื่องประดับสามารถนำไปใช้ได้กับเสื้อผ้าหลากหลายขึ้น ไม่ตกกระแสนิยมง่ายๆ แม้เทรนด์ของเสื้อผ้าจะเปลี่ยนไป แต่ Rana Rita ก็ยังอยู่ได้ “ไม่ตกยุค” เพิ่มความพิเศษอีกนิด จากการควบคุมการผลิตไม่ให้กลายเป็นสินค้า
“ตลาดๆ” Rana Rita จะต้องเป็นสินค้าพิเศษเฉพาะที่ผลิตออกมา “จำนวนจำกัด” เท่านั้น เพื่อให้ลูกค้าซื้อไปใช้ด้วยความภาคภูมิใจ นอกจากอาศัยต้นทุนติดตัว และแสวงหาผู้ช่วยจากภายนอก พวกเธอยังศึกษาตลาดอย่างต่อเนื่อง เธอบอกเราว่า สินค้าเครื่องประดับวันนี้ขายได้ แต่พรุ่งนี้อาจขายไม่ได้ เพราะความต้องการของตลาดเปลี่ยนไป จึงต้องคอยติดตามและปรับตัวอยู่ตลอดเวลา
“เราต้องเปิดหูเปิดตาตัวเอง อาจดูแมกกาซีน อ่านหนังสือพิมพ์ ดูอินเทอร์เน็ต แหล่งความรู้มีมากมายเท่าที่จะศึกษาได้ เราต้องเปิดตัวเองตลอด เพราะเมื่อพรุ่งนี้แฟชั่นเปลี่ยน ก็ต้องพร้อมสนองตอบได้ทันที” แม้คอนเซปต์จะชัดเจน แต่ความเป็น “น้องใหม่” จะใช้เวทีไหนเปิดตัวเองให้เป็นที่รู้จัก สำหรับพวกเธอ ช่องทางเดียวเท่านั้นที่สาวเทรนดี้จะสัมผัสจิวเวลรี่สวยๆ ได้ กับหน้าร้านออนไลน์ เวบไซต์แสนหวาน รานา ริต้า จิวเวลรี่ ดอทคอม (www.ranaritajewelry.com) การเลือกเปิดตลาดในโลกไซเบอร์ มาจากเหตุผลสำคัญ อย่างมองว่าช่องทางธุรกิจออนไลน์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลายธุรกิจเริ่มหันเข้าหาโลกอีคอมเมิร์ซมากขึ้น เพราะนอกจากจะทำตลาดในประเทศได้ ยังมีโอกาสเจาะลูกค้าต่างประเทศได้อีกด้วย “จุดบอดผู้ประกอบการไทย คือมีศักยภาพเรื่องผลิตภัณฑ์ แต่ไม่มีช่องทางที่จะไป เพราะเน้นจับตลาดแค่ในประเทศ แต่ไม่ได้ซับพอร์ตตลาดโลกด้วย หรือถ้าจะไปข้างนอก ก็มักอาศัยคนกลางนำสินค้าไปขายให้อีกที แต่เราพัฒนาเวบไซต์ให้เป็นสองภาษา รองรับลูกค้าทั้งในและต่าง
ประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีลูกค้าต่างชาติให้ความสนใจอย่างญี่ปุ่นและยุโรป” การปราศจาก “คนกลาง” ทำให้สามารถตั้งราคาได้ถูกกว่าท้องตลาด บางชิ้นถูกกว่ากัน “เท่าตัว” ทีเดียว แต่ที่ท้ายและสำคัญมากๆ คือ ความสะดวกในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่เพิ่งตั้งไข่ “เราสองคนต่างก็มีงานประจำ แต่ก็ยังสามารถทำธุรกิจนี้ได้โดยไม่รบกวนเวลางาน เพราะเวลาลูกค้าจะสั่งซื้อ เขาจะพิมพ์ใบสั่งซื้อส่งมาที่เรา หลังเลิกงานกลับไปเปิดดูแล้วค่อยโทรติดต่อกลับลูกค้าก็ได้ ไม่ยุ่งยากอะไร” วิธีการที่พวกเธอใช้ คือการออกแบบเวบไซต์ ที่รวบรวมเอาสินค้าเด่นๆ รูปแบบต่างๆ ลูกค้าที่สนใจสินค้าตัวไหน ก็สามารถบอกรหัสสินค้าเพื่อสั่งซื้อมาทางระบบออนไลน์ได้ หากเป็นสินค้าที่ต้องรู้ขนาด อย่างเช่นแหวน ลูกค้าก็สามารถเปิดดูแบบฟอร์มวัดขนาดแหวน แล้วทำการพริ้นต์ออกมาเพื่อลองสวม เลือกขนาดที่เหมาะพอดี แล้วแจ้งรหัสกลับมายังพวกเธอ เพื่อสั่งซื้อไซส์ที่ถูกต้องได้ หลังฝากข้อมูลไว้ทางผู้ประกอบการหน้าใหม่ก็จะทำการติดต่อกลับไป เพื่อจัดส่งสินค้าให้ทันเวลา พร้อมแจ้งวิธีการชำระเงิน เป็นการจบสิ้นกระบวนการ หน้าร้านไซเบอร์ ใช้เงินไปกับการจัดทำและค่าใช้จ่ายตลอดทั้งปี ประมาณ 50,000 บาท พวกเธอไม่เลือกการฝากขายสินค้าผ่านห้างออนไลน์ยอดนิยม แต่เลือกสร้างเวบไซต์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อหลีกหนีข้อจำกัดด้านปริมาณการจัดแสดงสินค้า และหน้าตาเวบไซต์ที่เป็นบล็อกเดียวกันทั้งหมด
แต่เลือกให้ Rana Riata ฉบับดอทคอม โดดเด่นขึ้นมาด้วยความหวานแหววเฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร ดูเหมือนธุรกิจช่องทางนี้จะไม่ได้ซับซ้อนอะไร และสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยคนทำงานไม่กี่คน แต่มีลูกค้าเฉลี่ยต่อวันประมาณ 5 ราย นับว่าไม่เลวทีเดียว โดยเฉพาะกับสินค้าราคาตั้งแต่ 400- 4,000 บาท ก็พอทำให้พวกเธอมีกำลังใจในการทำธุรกิจใหม่มากพอแล้ว กลุ่มเป้าหมายของ Rana Rita คือขาช้อป วัยทำงาน รวมทั้งแม่บ้านยุคใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์ชอบอัพเดทเทรนด์แฟชั่น รักการแต่งตัว ในวันนี้พวกเธอหันมาศึกษาตลาดใหม่ ที่ยังเป็นกลุ่มที่น่าสนใจตามแนวโน้มในต่างประเทศ “เราเริ่มหันมาศึกษาสินค้าผู้ชาย เพราะเทรนด์ในต่างประเทศ เครื่องประดับชายจะขายดีมาก ผู้ผลิตไม่ว่าจะ เกาหลี ยุโรป ก็หันมาทำจิวเวลรี่สำหรับผู้ชายมากขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าทำยากสำหรับบ้านเรา เพราะผู้ชายไทยยังไม่ชอบแต่งตัว และไม่ค่อยยอมจ่ายเงินกับเรื่องพวกนี้ แต่คิดว่ามันเป็นอีกหนทางที่จะทำได้ในอนาคต โดยอาจต้องเลือกแบบที่เหมาะกับผู้ชายไทย คือเน้นคุณภาพ และไม่หวือหวามากนัก” ส่วนเทรนด์ของเครื่องประดับในปีหนูนี้ พวกเธอบอกเราว่า จะเน้นความเรียบง่าย และใช้วัสดุอื่นๆ เข้ามาผสมผสาน ความแวววาวของพลอย และสีแก้วสดใสของแก้วหินมัวรานา (murano) เช่น หนัง และแก้ว เพื่อฉีกรูปแบบเดิมๆ โดยเลือกใช้สีสันที่เหมาะกับสีผิวและลักษณะของสาวเอเชีย เน้นใส่ได้ทุกโอกาส
อนาคต Rana Rita อาจไม่ได้ปิดตัวอยู่เพียงในโลกไซเบอร์ แต่ไม่ใช่จะเบนเข็มไปขึ้นเชลฟ์ในห้าง แต่พวกเธอหวังที่จะมีหน้าร้านของตัวเอง ด้วยแบรนด์ Rana Rita ที่แสนภาคภูมิใจ และเพราะ “Rana” แปลว่า กบ ที่โดยธรรมชาติจะกระโดดไปข้างหน้า หากเทียบกับธุรกิจก็คือกิจการจะรุ่งโรจน์ไม่ถอยหลัง นั่นคือเป้าหมายสำคัญของธุรกิจฉบับสาวๆ ที่ผู้ชายก็มองข้ามไม่ได้
อ้างอิงจาก KSMECare









7-eleven
Snow City
กาแฟสวัสดี
ชิกเก้นแร๊พ
สถาบันภาษายูนิเซิร์ช
อิงลิช คอร์นเนอร์
เปิดรับโฆษณาแล้วจ้า!



กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
สสว.
ISMED
SMES Support
รวมแฟรนไชส์ทั่วไทย
สาระดีๆวาไรตี้ออนไลน์ 













