เรียบง่ายสไตล์ ‘ยีนส์ แกะดำ’
ถ้าพูดถึงเรื่องผ้ายทอยีนส์คุณภาพดีๆ มีชื่อเสียงโด่งดังแล้วล่ะก็ แน่นอนว่า ชื่อของ ซิมบับเว ญี่ปุ่น และแอฟริกาต้องผุดขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เพราะที่นี่ถือเป็นแหล่งผลิตส่งออกฝ้ายทอผ้ายีนส์เกรดเอ รายใหญ่ ส่งขายทั่วโลกเลยทีเดียว แม้ในประเทศไทยเองก็มีการนำเข้า “ยีนส์” คุณภาพเยี่ยมมากมายหลายยี่ห้อ หนึ่งในนั้นที่น่าจับตามากที่สุด ณ เวลานี้ เห็นจะหนีไม่พ้น BlackSheep Jeans ‘ยีนส์ แกะดำ’ คุณภาพนำเข้าจากญี่ปุ่น
คุณณัฏณี เมฆรุ่งโรจน์ (หมิว) ดีไซเนอร์ BlackSheep Jeans เล่าว่าชื่อของ BlackSheep Jeans นั้นแท้ที่จริงแล้ว มันเริ่มต้นมาจากการเข้าร่วมโครงการประกวดตั้งชื่อแบรนด์ (ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่ได้มีสินค้าอย่างในปัจจุบัน) ผลปรากฏว่าชื่อนี้เข้าตากรรมการ จึงได้รับรางวัลในที่สุด
จุดกำเนิด BlackSheep Jeans
คุณหมิว เล่าต่อไปอีกว่า หลังจากได้รับรางวัลการตั้งชื่อแบรนด์มาแล้ว ต่อมาประมาณปลายปี 2554 พี่สาว คือคุณปรียภัสร์ เมฆรุ่งโรจน์ (มิงค์) ได้คุยกันกับเพื่อนสนิทคือคุณศุภัชญา รื่นเริง (วีเจต้อง แห่งคลื่นวิทยุ อีเอฟเอ็ม) ประมาณว่าอยากจะสร้างธุรกิจอะไรสักอย่างที่มันเป็นของตัวเองจริงๆ กระทั่งได้ผลสรุปว่า คุณมิงค์กับคุณต้องจะร่วมกันลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับกางเกงยีนส์ขึ้นมา โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า BlackSheep Jeans ภายใต้คอนเซปต์ที่ว่า “standard quality and reasonable price”…และแน่นอนว่า คุณหมิวรับหน้าที่เป็นดีไซเนอร์หลักประจำยี่ห้อนับแต่นั้นเป็นต้นมา
“ที่เลือกทำธุรกิจเกี่ยวกับกางเกงยีนส์ ก็เนื่องจากว่าพื้นฐานทางบ้านเราเองเปิดเป็นโรงงานตัดเย็บกางเกงยีนส์ส่งตลาดอยู่แล้ว ซึ่งช่วงแรกก็ตั้งใจว่าจะขายแต่กางเกงยีนส์เท่านั้น จึงโฟกัสไปที่กางเกงยีนส์อย่างเดียว และพอผ่านไปได้ระยะหนึ่งเราเริ่มมีความรู้สึกว่า มีเวลาว่างค่อนข้างเยอะ ก็เลยเกิดไอเดีย ว่าไหนๆ เราก็มีผ้า มีอุปกรณ์ตัดเย็บพร้อมผลิตอยู่แล้ว ในที่สุดก็เลยมานั่งออกแบบแตกไลน์สินค้าใหม่ๆ ออกมาเป็นแอคเซสเซอรี่อะไรต่างๆ ทยอยออกมาเรื่อยๆ ดังนั้นสินค้าภายในร้านจึงครอบคลุมตั้งแต่ JEANS, T-SHIRT และ ACCESSORIES”
ทำไมต้องยีนส์…จากญี่ปุ่น
“เนื่องจากว่าประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างมีชื่อเสียงด้านการทอผ้ายีนส์อยู่แล้ว ถามว่าการนำเข้าลักษณะนี้จะทำให้ต้นทุนแพงขึ้นไหม ก็อาจจะสูงบ้างแต่ก็รับได้ เพราะเราต้องการสร้างแบรนด์ยีนส์ที่มีคุณภาพจริงๆ พร้อมกันนี้เรายังสร้างความแตกต่างระหว่าง BlackSheep Jeans กับยีนส์ทั่วไป ด้วยการออกแบบ ซึ่งจะเน้นว่ากางเกงต้องทรงสวย ใส่แล้วออกมาดูดี อย่างนี้เป็นต้น”
ของดี ไม่ต้องมีทำเลก็ขายได้
“ตอนแรกๆ เรายังไม่มีหน้าร้านเป็นทางการ แต่จะอาศัยฝากขายตามร้านต่างๆ อย่างตอนนี้แบรนด์เราจะมีวางขายที่ Terminal 21, ทองหล่อ ซ.4 Market place ร้าน chapter 22 และที่ห้าง The promenade ร้าน Chapter 22 ส่วนผลตอบรับ นับตั้งแต่เปิดตัวมาถึงปัจจุบัน ถือว่า BlackSheep Jeans ได้รับการตอบรับดีพอสมควร โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มแอคเซสเซอรี่ เช่น กระเป๋าใส่ไอแพด, สมุดปกยีนส์เหล่านี้ขายดีมาก”
เรียบง่าย ใส่ได้ทุกโอกาส
“เพราะความมีเอกลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นแบรนด์ BlackSheep Jeans อย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่ ป้ายหลังกางเกงจะใช้แผ่นหนังซึ่งเป็นการผสมลูกเล่นระหว่างผ้ายีนส์กับแผ่นหนัง ที่สำคัญจุดแข็งของกางเกงยีนส์ ซึ่งมีพื้นฐานเป็นอะไรที่สามารถสวมใส่ได้ตลอดทุกงาน ทุกโอกาส ไม่มีการตกยุค แล้วมาต่อยอดภายใต้แนวคิดที่ว่าจะทำอย่างไรให้ยีนส์ของเรามีเอกลักษณ์มากที่สุด คือ เน้นความเรียบง่าย สวมใส่ได้ทุกโอกาส ขายความคลาสสิกมากกว่าเทรนด์แฟชั่น”
วิธีตั้งราคาขาย
“หลักการตั้งราคาขายนั้นก็มาจากการคำนวณต้นทุน/ค่าวัตถุดิบ/ราคาผ้ายีนส์ แต่ข้อได้เปรียบด้านการผลิตคือเราเป็นโรงงานตัดเย็บอยู่แล้ว ทำให้ต้นทุนการผลิตตรงนี้ทำได้ถูกกว่าการไปจ้างที่อื่นผลิต บวกกับเราสามารถเข้าไปควบคุมการผลิตในโรงงานให้อยู่ในมาตรฐานที่ตั้งไว้ได้อย่างใกล้ชิด เพราะเราเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณอยู่แล้ว ฉะนั้นแม้จะใช้วัตถุดิบเกรดเอระดับโลก ทว่าสนนราคาขายแล้วไม่แพงหูดับอย่างที่คิด ซึ่งกางเกงยีนส์จะไม่เกิน 1,500 บาท/ตัว”
สำหรับใครที่สนใจอยากจะหายีนส์คู่ใจตัวใหม่ ก็สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08-6323-9784,02-3648477-8 (รับตัวแทนจำหน่าย) หรือ http://www.facebook.com/Blacksheep.Jeans
อ้างอิงจาก ไทยรัฐออนไลน์











7-eleven
Snow City
กาแฟสวัสดี
ชิกเก้นแร๊พ
สถาบันภาษายูนิเซิร์ช
อิงลิช คอร์นเนอร์
บีเฮลธิ
เปิดรับโฆษณาแล้วจ้า!



กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
สสว.
ISMED
SMES Support
รวมแฟรนไชส์ทั่วไทย
สาระดีๆวาไรตี้ออนไลน์ 













