เปเปอร์มาเช่ เก๋ & โดน เพราะคาแรกเตอร์
…กระดาษหนังสือพิมพ์ กล่องลังใส่ของ สิ่งเหล่านี้เมื่อเลิกใช้คุณนำมันไปทำอะไรต่อ…บางคนอาจรวบรวมไว้เพื่อชั่งกิโลขาย บางคนอาจกำจัดด้วยการทิ้งไป จะเก็บไว้ทำไมขยะทั้งนั้น…ในขณะที่บางคนกลับมองเห็นคุณค่าว่าเจ้าขยะเหล่านี้แหละ สามารถกลายร่างเป็นงานเปเปอร์มาเช่น่ารักๆ ได้ไม่ยาก!
จุดเริ่มต้นของ rebirthpaper
คุณนันธิดา รอดสถิตย์ (ย้ง) เจ้าของผลงานเปเปอร์มาเช่ ภายใต้แบรนด์ rebirthpaper คืออีกคนหนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เศษกระดาษเก่าๆ เหล่านี้ สามารถสร้างเงินให้เธอได้อย่างเป็นกอบเป็นกำมาแล้ว เล่าว่า ก่อนหน้านี้เธอเคยทำงานประจำด้านออกแบบกราฟิกมาก่อน ระหว่างนั้นเธอได้ใช้เวลาว่างมาทำงานเปเปอร์มาเช่เล่นๆ กับน้องของเธอ และไม่คาดคิดมาก่อนว่า วันหนึ่งข้างหน้าจะผันตัวเองมายึดเป็นอาชีพหลักอย่างทุกวันนี้
“ช่วงที่ทำกันเล่นๆ ตอนนั้นทำออกมาแค่ 2 แบบเองนะ คือควาย กับหมา ทีนี้น้องสาวเขาเป็นคนที่ชอบหมาเป็นทุนเดิมเขาก็เริ่มทำเปเปอร์มาเช่เป็นตุ๊กตาหมาสายพันธุ์นั้น สายพันธุ์นี้ออกมาด้วย พอเพื่อนๆ ที่บริษัท เขามาเห็นเขาก็ทักว่า เออ…น่ารักดีนะ มันน่าจะขายได้ เราก็เลยลองเอาไปขายดูที่ตลาดนัดสวนจตุจักร”
หลังจากที่คุณย้งเธอทดลองตลาดด้วยการไปปูผ้าขายงานเปเปอร์มาเช่อยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร (แบบเล่นๆ) ผลลัพธ์ คือ ขายดีมาก…มากซะจนคุณย้งเองยังแอบคิดในใจว่าไม่อยากทำเล่นๆ ต่อไปอีกแล้วเพราะอยากทำเป็นจริงเป็นจังมากกว่า ทว่าในเวลาต่อมาออฟฟิศ ที่คุณย้งทำงานอยู่ได้ย้ายไปเชียงใหม่ ทำให้คุณย้งในเวลานั้นต้องอพยพตัวเองตามสำนักงานไปด้วย เวลานั้นเธอก็ยังสนุกกับงานอดิเรก จึงยังคงใช้เวลาว่างทำตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ไปด้วย ทว่าคราวนี้เธอย้ายทำเลขายจากสวนจตุจักรไปขายที่ถนนคนเดิน จ.เชียงใหม่ แทน… และที่นั่นตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ของเธอก็ยังคงรักษาระดับ “ขายดี” ได้ไม่แพ้ที่ย่านตลาดนัดจตุจักรเลยทีเดียว
“ตอนนั้นขายดีมาก ชนิดที่ว่าทำขายกันแทบไม่ทัน ยิ่งสมัยนั้นเราขายถูกด้วยแค่ตัวละ 40-50 บาทเอง และก็เพราะความที่ขายดีด้วยแหละที่เป็นเสมือนตัวแปรทำให้เราตัดสินใจลาออกจากงานมาเพื่อทำงานเปเปอร์มาเช่อย่างเดียวเลย ตอนนั้นยอมรับว่า เริ่มเบื่องานที่ทำ ซึ่งวันๆ หนึ่งต้องทนนั่งเผชิญหน้าอยู่กับจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน มันเป็นอะไรที่เบื่อมากจนไม่ไหว เลยลาออกดีกว่า (หัวเราะ)”
สร้างความต่างจากคาแรกเตอร์
“จุดเด่นของงานเปเปอร์มาเช่ rebirthpaper จะอยู่ตรงที่เทคนิคการเลือกใช้สีสัน แต่ที่เด่นที่สุดน่าจะเป็นการวาดคาแรกเตอร์หน้าตาของตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่แต่ละตัวมากกว่า ซึ่งตรงนี้เราได้เปรียบคนอื่นตรงที่พื้นฐานเป็นคนชอบเขียนคาแรกเตอร์โน่นนี่นั่นอยู่แล้ว อีกทั้งตอนที่ทำงานด้านกราฟิกก็ทำกราฟิกเกี่ยวกับคาแรกเตอร์อีก ฉะนั้นเวลาที่เราเพ้นท์หน้าตา ใส่คาแรกเตอร์เข้าไปในงานเปเปอร์มาเช่แต่ละตัว จึงทำให้งานร้านเราแตกต่างจากทั่วๆ ไปอย่างสิ้นเชิง
ที่สำคัญ ขนาดของตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ เราจะมีขนาดที่เล็กกว่าเปเปอร์มาเช่ทั่วไปด้วย ซึ่งหากว่าเป็นงานเปเปอร์มาเช่ทั่วๆ ไปมักจะทำในลักษณะของเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้เปเปอร์มาเช่ หรือของตกแต่งบ้านอย่าง กรอบรูป นาฬิกาเปเปอร์มาเช่ ซึ่งเป็นงานชิ้นใหญ่ไปเลย ในขณะที่เราเลือกทำเป็นงานชิ้นเล็กๆ มากกว่า”
แก๊งหมาหมู่อาละวาด กวาดเงินอื้อ
“ตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ รูปแบบของหมาสายพันธุ์ต่างๆ จะเป็นอะไรที่ขายดีตลอด ซึ่งที่ร้านก็จะมีเยอะมาก ไม่ต่ำกว่า 10 สายพันธุ์แน่ๆ โดยจะเลือกปั้นจากสายพันธุ์ที่คนปั้นชื่นชอบเป็นการส่วนตัว รวมทั้งพันธุ์ยอดนิยมต่างๆ เช่น บลูเทอเรียร์ ปั๊ก บูลด็อก ชิห์สุ ฯลฯ เหล่านี้เป็นต้น นอกจากแก๊งหมาหมู่แล้ว ก็จะมีสัตว์อื่นๆ น่ารักๆ เช่น ควาย นกฮูก แมว ซึ่งมันจะมีความหลากหลายให้ลูกค้าได้เลือกกันตามชอบด้วยค่ะ”
หลากหลายไซส์ใหญ่-จิ๋ว
“จริงๆ แล้ว rebirthpaper มีทุกไซส์ค่ะ ตั้งแต่ชิ้นงานใหญ่ๆ ไปจนถึงงานขนาดเล็กสุดประมาณ 2 ซม. (จะเป็นเปเปอร์มาเช่สำหรับแขวนโทรศัพท์) เปเปอร์มาเช่ขนาดเท่าพวงกุญแจ, เปเปอร์มาเช่ สำหรับตั้งโชว์ขนาด 1 ฟุต ไปจนถึงงานโมเดลชิ้นใหญ่ๆ ขนาดเท่าคนจริง ซึ่งอย่างหลังนี้จะเน้นรับเฉพาะงานออเดอร์หรือมีลูกค้าสั่งทำเท่านั้น ส่วนมากลูกค้าจะสั่งเพื่อนำไปตั้งโชว์หน้าร้านเขาเอง หรือบางทีก็จะเป็นลักษณะเปเปอร์มาเช่โลโก้ร้าน อะไรประมาณนี้แล้วแต่ลูกค้าจะสั่งค่ะ”
เทคนิคการเลือกวัสดุ
การเลือกใช้กระดาษเพื่อทำงานของ rebirthpaper นั้น จะเลือกใช้แต่กระดาษลัง และกระดาษหนังสือพิมพ์เป็นหลัก เนื่องจากกระดาษพวกนี้จะมีความเหนียวอยู่ในตัวมากกว่ากระดาษเอ 4 สีขาวทั่วไป ซึ่งมีใยกระดาษน้อย ส่วนสีที่ใช้จะเป็นสีอะคริลิก เสร็จแล้วเคลือบทับด้วยยูริเทนอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้เปเปอร์มาเช่ มีความทนทานสามารถกันน้ำได้นั่นเอง
จำหน่ายทั้งราคาปลีก-ส่ง
กลุ่มลูกค้าของ rebirthpaper จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มซื้อปลีก ซึ่ง rebirthpaper จะเปิดหน้าร้านขายประจำอยู่ที่ ตลาดนัดสวนรถไฟเสาร์-อาทิตย์ และอีกกลุ่มคือ กลุ่มที่ซื้อราคาส่งเพื่อนำไปจำหน่ายต่อตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ราชบุรี ฯลฯ
สำหรับวิธีการตั้งราคาขายนั้น คุณย้งบอกว่า จะดูจากความยากง่าย และขนาดของชิ้นงาน บวกกับการคำนวนต้นทุนทั้งหมดเป็นหลัก ปัจจุบันราคาหน้าร้านจะขายที่ประมาณ 80-95 บาท/ชิ้น ขึ้นอยู่กับแบบ และขนาดของชิ้นงาน สำหรับราคาส่ง จะอยู่ที่ประมาณ 40-45 บาท/ชิ้น ส่วนเงื่อนไขการสั่งซื้อขั้นต่ำเริ่มที่ 50-100 ตัวขึ้นไปจึงจะได้ราคาส่ง (ซึ่งราคาส่งจะถูกกว่าหน้าร้านประมาณ 30-50%)
โอกาสทำกำไรอยู่ที่ประมาณ 30-50%
“กำไรของคนที่รับสินค้าเราไปจำหน่ายต่อนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 30-50% เพราะเราเข้าใจดีว่าสินค้าแนวนี้เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย อาจจะขายยากกว่าสินค้าที่มีความจำเป็น ดังนั้น เราจึงขายราคาส่งที่ค่อนข้างต่ำ เพื่อให้เขาไปทำกำไรได้สูงๆ แล้วสามารถอยู่ได้ค่ะ”
อย่างไรก็ตาม คงไม่มีใครตั้งหน้าตั้งตาอดออมถนอมเงินตัวเองเอาไว้เพื่อจับจ่ายแต่เฉพาะข้าวของจำเป็นเท่านั้น เพราะคนเราทุกคนยังมีความต้องการใช้เงินเพื่อซื้อความสุขเล็กๆ น้อยๆ เสมอ และจากความจริงนี้เองที่ส่งผลให้ rebirthpaper ยังคงขายดิบขายดีคงเส้นคงวามาถึงทุกวันนี้ จนคุณย้ง บอกว่า ปัญหาทุกวันนี้ไม่ใช่ปัญหาว่ายอดขายหดนะ (รายได้รวมๆ แล้วเธอแย้มมาว่าไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท/เดือนแน่ๆ) แต่ปัญหาของเธอที่มีก็คือ เรื่องของแรงงานในการช่วยกันผลิต ซึ่งยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการผลิตออเดอร์ส่งตลาดซะล่ะมากกว่า!
สนใจงานเปเปอร์มาเช่แบบนี้ อย่ารอช้าติดต่อมาได้เลยที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1467-6932 แต่ถ้าหากใครอยากจะแวะเวียนไปเยี่ยมชมผลงานอื่นๆ ด้วยตนเองก็สามารถไปเจอกันได้ที่ ตลาดนัดสวนรถไฟ ตั้งแต่เวลา 17.00 -24.00 น. หรือ rebirthpaper.blogspot.com
อ้างอิงจาก ไทยรัฐออนไลน์












7-eleven
Snow City
กาแฟสวัสดี
ชิกเก้นแร๊พ
สถาบันภาษายูนิเซิร์ช
อิงลิช คอร์นเนอร์
บีเฮลธิ
เปิดรับโฆษณาแล้วจ้า!



กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
สสว.
ISMED
SMES Support
รวมแฟรนไชส์ทั่วไทย
สาระดีๆวาไรตี้ออนไลน์ 













