“กัวซา” แพทย์แผนจีน ทางเลือกใหม่ เสริมรายได้สปาไทย
“ในเมืองจีนอาชีพกัวซามีอย่างแพร่หลาย โดยทุกร้านนวดและร้านสปาในเมืองจีนมีบริการกัวซา ในจีนคิดค่าบริการ 2 ชั่วโมงต่อราคา 200 เหรียญ หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่กว่า 1,000 บาท แต่ก็มีผู้นิยม เนื่องจากเป็นการบำบัดที่ใช้เวลาน้อยแต่เห็นผลชัดเจน สำหรับในประเทศไทยอัตราค่ากัวซาในแต่ละสถานที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการคิดราคาและฝีมือของผู้กัวซา โดยราคาที่มีผู้นิยมใช้มากที่สุด คือ ราคา 499 บาทต่อการกัวซา 1 ครั้ง (กัวซา 1 ครั้ง ทำได้หลายจุดของร่างกาย) และใช้เวลากัวซาครั้งละ 15-30 นาทีเท่านั้น”
ปัญหาสุขภาพ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน และการรักษาสุขภาพด้วยการใช้วิธีธรรมชาติบำบัด ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับการตอบรับมาก อาการปวดเมื่อยร่างกาย โดยทั่วไป การรักษานอกจากพบแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว หลายคนนิยมใช้บริการนวดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด หรือผ่อนคลายร่างกายจากความเมื่อยล้าและคลายเครียด ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการการนวดมากขึ้น และด้วยความนิยมในการนวดแผนไทยไม่จำกัดอยู่เฉพาะชาวไทย ทำให้ “ธุรกิจนวดแผนไทย” ผุดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการอย่างล้นหลาม
แม้ว่าระยะหนึ่งของการทำธุรกิจสปาจะรุ่งโรจน์ มีธุรกิจที่จดทะเบียนในรูปของสปาและร้านนวดแผนโบราณกว่า 1,000 แห่ง ไม่นับรวมถึงธุรกิจสปาที่เปิดให้บริการโดยไม่จดทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุขที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นในระยะเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดใหญ่ๆ เกิดการกระจุกตัวขึ้น ซึ่งปัจจุบันร้านบริการนวดแผนโบราณและสปาหลายแห่งปิดตัวลงเพราะต่อสู้กับการแข่งขันไม่ไหว
ในสปาหลายแห่งนำศาสตร์การแพทย์แผนไทยไปประยุกต์ใช้ เพื่อต่อยอดให้ธุรกิจสปาและนวดแผนโบราณมีความแตกต่างและดึงดูดใจลูกค้า แต่วันนี้ “เส้นทางเศรษฐี” มีช่องทางสร้างความแตกต่างอีกวิธี ซึ่งช่วยเสริมรายได้ให้กับธุรกิจได้อีกทาง
บำบัดด้วยธรรมชาติ
เสริมรายได้สปา-นวด
“กัวซา” เป็นศาสตร์แห่งการบำบัดของจีนมาตั้งแต่โบราณ เป็นวิธีการบำบัดโรคธรรมชาติ ปรากฏหลักฐานในสมัยราชวงศ์หยวน และเริ่มบันทึกเป็นตำราทางศาสตร์กัวซา ราวปี ค.ศ.1337
อาจารย์หยาง เผยเซิน ผู้ก่อตั้งศูนย์ธรรมชาติบำบัด ผู้ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่นำศาสตร์ทาง การแพทย์แผนจีน “กัวซา” มาเผยแพร่ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีกระทรวงสาธารณสุขให้การรับรอง โดยเปิดเป็นคอร์สอบรมการกัวซาและมีใบประกาศนียบัตร มอบให้กับผู้เข้ารับการอบรม สำหรับนำไปประกอบอาชีพได้
อาจารย์หยาง ให้ข้อมูลว่า กัวซา เป็นศาสตร์ทางการแพทย์แผนจีน ใช้รักษาผู้ป่วยในคลีนิคและโรงพยาบาลมาตั้งแต่โบราณ กระทั่งความเจริญมากขึ้นธุรกิจสปาซึ่งเกิดขึ้นมากมายในทุกแห่ง ในเมืองจีนจึงนำกัวซาเข้าไปให้บริการในร้านสปาและมีเกือบทุกแห่งในเมืองจีน แต่คนจีนไม่นิยมใช้บริการ เนื่องจากรัฐบาลจีนมีการสอนกัวซาเป็นหลักสูตรให้คนจีนอยู่แล้ว ทำให้ทุกครัวเรือนสามารถทำกัวซาให้กันได้โดยไม่ต้องพึ่งหมอ
“ราคาการทำกัวซาในเมืองจีนสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 49 เหรียญ หรือราคา 250 บาท ใช้เวลาเพียง 5 นาทีในการทำแต่ละครั้ง จึงเป็นการเสริมรายได้ให้กับธุรกิจสปาหรือธุรกิจนวดที่มีอยู่แล้วให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งในเมืองจีนปัจจุบันมีอยู่ในทุกที่และแพร่หลาย แต่ในประเทศไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้น”
แต่เพราะอาจารย์หยางเป็นบุคคลหนึ่งที่นำศาสตร์กัวซามาเผยแพร่ เพราะเห็นว่า “กัวซา” นอกเหนือจากการบำบัดรักษาโรคแล้ว ยังช่วยเสริมรายได้ให้กับธุรกิจหรือสร้างรายได้ให้กับผู้ที่ต้องการนำไปใช้เป็นอาชีพ รวมถึงอาจารย์หยางเป็นแพทย์จีนที่ให้การรักษาไม่ต่ำกว่า 10 ปี และการรักษาด้วยวิธีกัวซาไม่ใช่เรื่องยาก
กัวซาบำบัดโรค เป็นหลักสูตรการอบรมที่กำลังได้รับการนิยม ซึ่งอาจารย์หยาง ยอมรับว่า เป็นหลักสูตรที่สามารถยึดเป็นอาชีพเสริม หรือประกอบอาชีพในธุรกิจธรรมชาติบำบัด เพราะสามารถทำได้ง่ายจากที่บ้าน หรือจะเป็นบริการเสริมให้กับธุรกิจสปา มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
กัวซา 60 ร้านทั่วประเทศ
เรียนวันเดียว ต่อยอดอาชีพ
อาจารย์หยาง เล่าว่า ในเมืองจีนอาชีพกัวซามีอย่างแพร่หลาย โดยทุกร้านนวดและร้านสปาในเมืองจีนมีบริการกัวซา ในจีนคิดค่าบริการ 2 ชั่วโมงต่อราคา 200 เหรียญ หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่กว่า 1,000 บาท แต่ก็มีผู้นิยม เนื่องจากเป็นการบำบัดที่ใช้เวลาน้อยแต่เห็นผลชัดเจน สำหรับในประเทศไทย อัตราค่ากัวซาในแต่ละสถานที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการคิดราคาและฝีมือของผู้กัวซา โดยราคาที่มีผู้นิยมใช้มากที่สุด คือ ราคา 499 บาทต่อการกัวซา 1 ครั้ง (กัวซา 1 ครั้ง ทำได้หลายจุดของร่างกาย) และใช้เวลากัวซาครั้งละ 15-30 นาทีเท่านั้น
“ปกติการนวดจะผ่อนคลายอย่างเดียว แต่สุขภาพไม่เปลี่ยน เหมือนเราเป็นไข้หวัด มีอาการปวดเมื่อย ในการทำกัวซาบำบัดจะช่วยให้อาการปวดเมื่อยคลายไปครึ่งหนึ่งหลังการทำแต่ละครั้ง ส่วนการนวดเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่อาการปวดเมื่อยจะกระจายไปอยู่จุดอื่น ซึ่งมีโอกาสกลับมาเกาะที่กล้ามเนื้อจุดเดิมได้ ทำให้อาการปวดเมื่อยไม่คลายลง หรือกลับมาปวดเมื่อยอีก”
ในการบำบัดด้วยกัวซา บริเวณที่กัวซาจะมีพิษออกจากผิวหนังเป็นผื่นหรือรอยจ้ำสีแดงหรือสีม่วงคล้ำ และจะหายไปหลังการกัวซา 3-7 วัน โดยผู้ที่รับการกัวซาไม่รู้สึกเจ็บ และไม่ใช่การทำร้ายผิวหนัง
ปัจจุบัน การสอนศาสตร์กัวซาของแพทย์แผนจีน โดยกระทรวงสาธารณสุข เปิดรับสมัครนักเรียนมาแล้ว 6 รุ่น ตรงนี้อาจารย์หยาง ระบุว่า จำนวนนักเรียนที่ได้รับการถ่ายทอดรุ่นละ 100 คน จึงมีผู้เรียนรู้การกัวซาประมาณ 600 คน และเท่าที่ทราบมีผู้นำกัวซาไปประกอบเป็นอาชีพ หรือเสริมเป็นรายได้ในร้านนวดหรือร้านสปา ประมาณ 60 รายทั่วประเทศไทย
“กัวซา” จึงเป็นทางเลือกใหม่ในอาชีพหรือรายได้เสริมในธุรกิจสปาและธุรกิจนวด ที่อยู่ในภาวะการประคองธุรกิจให้อยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันสูง โดยการศึกษาการกัวซาใช้เวลาเพียง 1 วัน ก็สามารถทำได้ โดยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ธรรมชาติบำบัด โทรศัพท์ (02) 637-0121-2 และ (086) 378-5332 ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด หรือ สมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในวันเวลาราชการ
กัว หมายถึง การกวาดหรือการขูด
ซา หมายถึง อาการของพิษหรือโรค ซึ่งปรากฏบนผิวหนังเป็นรอยผื่นหรือจ้ำแดงๆ คล้ายเม็ดทราย
ดังนั้น การกัวซา จึงหมายถึง การกวาดหรือขูดลงบนผิวหนัง เพื่อเสาะหาพิษหรือโรคที่แอบแฝงอยู่ในส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ขับออกมา โดยผู้ที่มีพิษจะมีอาการเป็นเม็ดสีแดงๆ หรือดำคล้ำปรากฏบนผิวหนัง
การใช้ส่วนต่างๆ ของแผ่นกัวซา
- ขอบด้านที่เป็นสันหนา กวาดไม่เจ็บ ไม่ค่อยเกิดซา ใช้กวาดตำแหน่งที่ไม่ต้องการให้เกิดซา
- ขอบด้านที่บาง จะทำให้เกิดซาได้เร็วกว่า
- ด้านที่มีส่วนโค้งเว้าเข้า ใช้กวาดตำแหน่งที่มีสันกระดูก อาทิ หน้าแข้ง สันแขน
- ด้านที่โค้งนูนออก ใช้กวาดผิวเนื้อในตำแหน่งที่ต้องการลงน้ำหนักมาก
- ส่วนที่เป็นปลายมนเรียว ใช้กดจุด
- ส่วนที่เป็นขอบหยัก ใช้กวาดส่วนนิ้วมือ หรือ ศีรษะ
ข้อควรระวังในการบำบัด
- สตรีมีครรภ์ หรืออยู่ระหว่างมีประจำเดือนไม่ควรกัวซา
- ผู้สูงอายุที่ร่างกายอ่อนแอ ผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เพิ่งฟื้นไข้หรือมีอาการบวมน้ำตามร่างกาย ควรบำบัดด้วยความระมัดระวัง หรืองดการกัวซา
- ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไตและตับ ควรบำบัดด้วยความระมัดระวัง หรืองดการกัวซา โดยเฉพาะผู้ป่วยด้วยโรคเลือด อาทิ เลือดน้อย เลือดไม่แข็งตัว
- ผู้มีผิวแพ้ง่าย หรือบริเวณที่จะบำบัดเกิดบาดแผลภายนอก หรือแผลเปื่อยพุพอง อาทิ เป็นสิว เป็นฝี เนื้องอก กระดูกหัก เป็นต้น
- ตำแหน่งเต้านมและสะดือ ห้ามกัวซา
- ผู้ป่วยกระดูกหักที่ยังไม่ประสานกันดี ไม่ควรกัวซา หรือมีรอยแผลเป็นจากการผ่าตัด ควรรอเวลาพักฟื้นอย่างน้อย 2 เดือนจึงสามารถบำบัดด้วยกัวซา ผู้ที่เคยผ่าตัดเนื้องอก ควรระมัดระวังรอยแผลจากการผ่าตัด
- ไม่อยู่ในภาวะเมาสุรา หิวเกินไป อิ่มเกินไป กระหายน้ำ หรือร่างกายเหน็ดเหนื่อยเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดอาการวิงเวียนระหว่างการบำบัด
- ผู้ที่เป็นมะเร็ง งดกัวซา เพื่อป้องกันการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง
อ้างอิงจาก เส้นทางเศรษฐี








7-eleven
Snow City
กาแฟสวัสดี
ชิกเก้นแร๊พ
สถาบันภาษายูนิเซิร์ช
อิงลิช คอร์นเนอร์
เปิดรับโฆษณาแล้วจ้า!



กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
สสว.
ISMED
SMES Support
รวมแฟรนไชส์ทั่วไทย
สาระดีๆวาไรตี้ออนไลน์ 













