สปาไทยก้าวใหญ่ “เมืองหลวงสปาเอเชีย”
ภาครัฐและเอกชนวางแผนโหมกระแสสปาให้ “แรงสุดขีด” ถึงขั้นเป็น เมืองหลวงธุรกิจสปาของเอเชีย”อีสเมดเร่งวาง 3 ขั้นตอนยกระดับบุคลากร มาตรฐานสินค้าและบริการสู่มาตรฐานสากลอย่างครบเครื่อง ส่วนเอกชนนำโดยสมาคมผู้ประกอบการสปาไทย แนะผู้ประกอบการเล็งความต้องการตลาดเป็นหลัก
ปัจจุบันสปาที่เปิดในประเทศไทยยังเป็นธุรกิจที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติ ปลายปี 46ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ว่าสปาเป็นบริการที่ขาดไม่ได้ของโรงแรมและรีสอร์ต ระดับหรูในกรุงเทพฯและเมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทย เพราะนอกจากจะเป็นบริการที่ดึงดูดลูกค้าชาวต่างชาติแล้ว สปายังสร้าง รายได้ให้แก่โรงแรมอย่างน่าพอใจ เป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนในอัตราสูง และสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาอันสั้นเพียง 1-2 ปี คาดว่ามีมูลค่าการตลาดดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในอัตราร้อยละ 20 ในปี 2547 โดยมีมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท ธุรกิจสปายังมีแนวโน้มขยายตัวออกไปเติบโตอยู่นอกโรงแรมหรูอย่างกว้างขวาง โดยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่ได้พักในโรงแรม ชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ใน เมืองไทย และคนไทยกลุ่มคนทำงานที่มีรายได้ระดับปานกลางขึ้นไป ที่ส่วนใหญ่หันมาใส่ใจในเรื่องสุขภาพและบุคลิกกันมากขึ้นเป็นตลาดเป้าหมายหลัก
ธนันธน์ อภิวันทนาพร ที่ปรึกษาธุรกิจ ฝ่ายปรึกษา แนะนำ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรืออีสเมด กล่าวว่า นโยบายที่ภาครัฐมุ่ง พัฒนาธุรกิจสปาสู่ความเป็น “สปา แคปปิตอล ออฟ เอเชีย” หรือเป็นเมืองหลวงสปาของเอเชีย เนื่องจากมีจุดแข็งในเรื่องของสมุนไพร การบริการที่นุ่มนวลประทับใจของเธอร์ราปิสคนไทย ซึ่งมีความแตกต่างจากคนชาติอื่น ทางอีสเมดจึงจัดหลักสูตรอบรมธุรกิจสปาทั้งเรื่องบุคลากร การบริหารจัดการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงได้จัดงาน “มหกรรมรวมพล คนสปา” เพื่อระดมความคิดเห็นจากคนในวงการ และเพื่อเชื่อมโยงธุรกิจให้เกิดความเป็นเครือข่าย นำพาธุรกิจ สปาให้ไปสู่เป้าหมาย
ไฮไลท์สำคัญก็คือจะมีการจัดประชุมนานาชาติ ISPA ASIA PACIFIC Conference&Exhibitions in 2006″ ใน 2 ปีข้างหน้าโดยไทยได้เป็นเจ้าภาพ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม คือช่วยสร้างความเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างประเทศในมูลค่า 40-60 ล้านบาท จะผลักดันกลุ่ม สปาไทย และโอทอปสู่ตลาดโลกได้ ทั้งยังจะช่วยสร้างภาพโดย รวมของไทยเป็นเมืองหลวงของสปาแห่งเอเซียได้อย่างแท้จริง
“ธุรกิจสปาของไทยขณะนี้ยังมีตลาดหลักเป็นนักท่องเที่ยว 70-80% เราอยากให้ทางสมาคมฯ และชมรม สปาทั่วประเทศไทยช่วยกันจัดโปรโมชั่นบูมสปาไทยให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมสปาไทย กระตุ้นตลาดภายในประเทศให้มีลูกค้าคนท้องถิ่นเข้ามาด้วย”
ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าคนไทยยังมีจำนวนน้อย ขณะที่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะผลักดันให้ธุรกิจสปาเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือแข็งแรงขึ้นด้วยตัวเองไม่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ ซึ่งเป็นอีกภารกิจหนึ่งที่ภาครัฐและผู้ประกอบการต้องร่วมมือกระตุ้นให้คนไทยให้สนใจใช้บริการอย่างจริงจัง
กรณ์สรวง ภิรมย์ นายกสมาคมผู้ประกอบการสปาไทย กล่าวถึงโอกาสของ ธุรกิจสปาในต่างประเทศ จะต้องนำเสนอของโนว์ฮาวแบบไทย แต่ไม่ใช่เป็นไทย 100% ต้องมีลักษณะของการผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน เพื่อให้สปาไทยเป็นที่ยอมรับ เนื่องจากลูกค้าต่างชาติมีความยอมรับเทคนิคการทำสปาที่เป็นภูมิปัญญาของพวกเขาก่อนมาทำความเข้าใจการทำสปาไทยในแบบดั้งเดิม
“การประยุกต์ให้ผสานกันอย่างลงตัว นับเป็นหัวใจอย่างหนึ่งของการทำตลาดในต่างประเทศ ไทยมีความพร้อมเรื่องการบริการหากนำเทคนิคมาผสมผสานจะสามารถเข้ากันได้ไม่ยาก คือต้อนรับอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน แสดงไมตรีจิต ศิลปะแบบไทย ขณะที่นำการทำทรีตเม้นท์ของตะวันตกมาผสมผสานกัน”
ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจสปาที่กรณ์สรวงมองว่ามีศักยภาพพร้อมอยู่ในระดับแนวหน้าและสามารถออกไปทำตลาดสู่ต่างประเทศได้ ยังมีประมาณ 4-5 รายเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสปาที่มีนักลงทุนต่างชาติเป็นหุ้นส่วนใหญ่
ส่วนประเทศเป้าหมายนั้น เธอบอกว่ายังไม่สามารถเจาะจงได้ เนื่องจากต้องดูความต้องการของตลาดเป็นหลัก เพราะแต่ละประเทศจะมีความแตกต่าง มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ซึ่งรูปแบบในการนำเสนอก็ต้องแตกต่างกันไปด้วย รวมถึงข้อ กฎหมายก็แตกต่างกัน ดังนั้นประเทศที่เป็นเป้าหมายน่าจะเป็นประเทศที่ไม่มีปัญหาเรื่องการกีดกันของอาชีพ การจ้างแรงงานต่างชาติ และไม่มีเงื่อนไข และกฎระเบียบมากนัก
“สมาคมฯ มีการคุยกับกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจสปาในประเทศทางแถบยุโรป หรือ Hotel Association โดยเราทราบว่า เขาต้องการนำสปาไทยไปอยู่โรงแรมในยุโรป เยอรมัน แต่ติดปัญหาความเข้าใจกันในการออกกฎลดระเบียบต่างๆ ระหว่างประเทศ ซึ่งเราก็คุยกับเขาว่าถ้าสามารถช่วยลดเงื่อนไขระหว่างประเทศ การผลักดันสปาไทยไปต่างประเทศจะออกมาอย่างสวยงาม”
กันยา วรารัตร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปา ออฟ สยาม จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจสปาเป็นธุรกิจแฟชั่นประเภทหนึ่งที่ต้องมองแนวโน้มล่วงหน้าประมาณ 2 ปี โดยส่วนใหญ่ต้องมองกระแสความนิยมของลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก และมองว่าธุรกิจสปาในไทยยังติดขัดในเรื่องของกฎระเบียบ ยกตัวอย่างหากผู้ประกอบการจะเปิดธุรกิจสปาต้องขออนุญาตกับ 3 หน่วยงานหลักคือ จดทะเบียนการค้ากับกระทรวงพาณิชย์ การขออนุญาตกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในธุรกิจ และกับกรมสรรพสามิตเพราะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำเป็นต้น
ฐานิศร์ อมรธีรสรรค์ ผู้จัดการ “เล็ทส์ รีแล็กซ์” กล่าวว่าธุรกิจสปาขึ้นอยู่กับคุณภาพเป็นหลัก อย่างไรก็ตามปัจจุบันการตลาดเข้ามามีส่วนสำคัญ และเป็นจุดอ่อนหนึ่งของนักลงทุนไทยที่กระเป๋าหนักสู้นักลงทุนต่างชาติไม่ได้
อ้างอิงจาก ผู้จัดการออนไลน์








7-eleven
Snow City
กาแฟสวัสดี
ชิกเก้นแร๊พ
สถาบันภาษายูนิเซิร์ช
อิงลิช คอร์นเนอร์
บีเฮลธิ
เปิดรับโฆษณาแล้วจ้า!



กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
สสว.
ISMED
SMES Support
รวมแฟรนไชส์ทั่วไทย
สาระดีๆวาไรตี้ออนไลน์ 













