“หยิน-หยาง” ฉีกรูปแบบสปา ตามแนวทางบำบัดแบบจีน
“หยิน-หยาง” การปรับสมดุลร่างกายตามแบบฉบับของศาสตร์การรักษาสุขภาพแบบจีน ซึ่งมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมไปทั่วโลก สำหรับคนไทยคุ้นเคยกับศาสตร์เหล่านี้มาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะทักษะการนวดมีการนำศาสตร์หยิน-หยางมาใช้ควบคู่ไปศาสตร์การนวดแผนไทย สามารถพบเห็นได้จากการให้บริการภายในร้านสปาต่างๆ
นายสุชาย พรศิริกุล กรรมการผู้จัดการ
แต่การนำรูปแบบของหยิน-หยาง ที่เป็นต้นตำรับจากประเทศจีนมาเปิดให้บริการในรูปแบบสปาแบบเต็มรูปแบบในเมืองไทย ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน และ “หยิน-หยาง มาสสาจ แอนด์ สปา” เป็นแห่งแรก ที่เปิดให้บริการในรูปแบบดังกล่าว โดยมีผู้เชี่ยวชาญบินตรงมาจากประเทศจีน เข้ามาให้บริการ พร้อมทั้งเปิดสอนให้คนไทยได้รู้ลึกซึ้งและนำศาสตร์การนวดเท้าแบบหยิน-หยางไปใช้ได้อย่างถูกต้องด้วย
สำหรับ หยิน-หยาง มาสสาจ แอนด์ สปา เกิดขึ้นมาจากการรวมตัวของนักธุรกิจสิ่งทอ ที่มีโอกาสเดินทางไปประเทศจีน และได้ไปใช้บริการดังกล่าว และเกิดความชื่นชอบ ต้องการให้มีบริการแบบนี้ในประเทศไทย จึงได้ลงทุนเปิดให้บริการหยิน-หยาง มาสสาจขึ้น เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2549 โดยการนำของ “นายสุชาย พรศิริกุล”
นวดกดจุดสะท้อนพลัง
นายสุชาย เล่าว่า หยิน-หยาง มาสสาจ แอนด์ สปา สร้างขึ้นในรูปแบบของร้านสไตล์จีนดั่งเดิม ซึ่งเปิดให้บริการครั้งแรกที่โรงแรงเซียงไฮ้ อินบนถนนเยาวราช โดยตั้งใจจะเปิดเพื่อไว้ใช้บริการกันเองในกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจด้วยกัน ไม่ได้คาดหวังเรื่องของธุรกิจมากนัก แต่หลังจากเปิดให้บริการไประยะหนึงมีคนในย่านนั้นเริ่มรู้จัก และมาใช้บริการกันมากขึ้น ทำให้เรามองเห็นโอกาสทางธุรกิจ และศาสตร์ที่เรานำมาใช้มาจากผู้เชี่ยวชาญระดับอาจารย์จริงๆ ดังนั้น มันค่อนข้างจะได้ผลออกมาในทางที่ดี และลูกค้าให้การตอบรับดีมาก แม้ว่าเราจะไม่ได้ทำโฆษณาประชาสัมพันธ์แต่อย่างใด ลูกค้าส่วนใหญ่เกิดมาจากการบอกกันแบบปากต่อปาก และเมืองไทยก็ยังไม่เคยมีสปาในลักษณะเช่นนี้มาก่อน
ทั้งนี้ เมื่อคิดว่าจะเปิดให้บริการอย่างจริงจังมากขึ้น จึงย้ายสถานที่เพื่อให้ดูเป็นส่วนตัว และมีความสะดวก สบายมากขึ้น พร้อมทั้งออกแบบร้านให้ดูน่าสนใจและมีเอกลักษณ์บ่งบอกถึงความเป็นศาสตร์แห่งจีน ซึ่งได้รับการออกแบบโดย คุณประพัทธ์ รัตนโชติชัยฤทธิ์ สถาปนิกนักออกแบบภายใน จากบริษัท เอ พลัส สตูดิโอ จำกัด เป็นการหลอมรวมวัสดุ อุปกรณ์ของไทยเข้ากับสไตล์จีนดั่งเดิม ในแบบเฉพาะ โดยเปิดให้บริการเยื้องโรงแรมแม่น้ำ รามาดา พลาซ่า บนถนนเจริญกรุง มีห้องนวดอยู่ทั้งหมด 10 ห้อง แบ่งเป็นห้องนวดไทย 5ห้อง จำนวน 13 เตียง ห้องสปา ทรีทเม้นต์ 3 ห้อง ห้องนวดเท้า 1 ห้อง จำนวน 18 เตียง และห้องนวดไทยแบบส่วนตัวอีก 1 ห้อง จำนวน 4 เตียง
ห้องบริการนวดส่วนตัว
สำหรับศาสตร์การนวดแบบหยิน-หยาง มีการปรับร่วมกับการนวดแบบไทย และการนวดแบบผ่อนคลาย แต่หลักของการนวดแบบหยิน-หยางของที่นี่ คือการนวดฝ่าเท้า แบบกดจุดสะท้อนพลัง และมีการพอกด้วยขิงบด ซึ่งเป็นการนำข้อดีของขิงมาใช้ ร่วมด้วยการนวดกดจุดกระตุ้นปรับสมดุล รูปแบบอันเก่าแก่ที่เชื่อกันว่าการกดจุดทั้ง 66 จุดบนฝ่าเท้าเพื่อปรับสมดุลทุกระบบในร่างกาย เพราะจุดทั้ง 66 จุดบนฝ่าเท้าจะเชื่อมโยงกับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ถ้าอวัยวะทุกส่วนในร่างกายสมดุลการทำงานของร่างกายก็จะเป็นปกติ
อุปกรณ์ใช้ภายในสปา
นอกจากนี้ ยังมีท่านวด 18 อรหัน เป็นการนวด คอ บ่า ไหล่ ที่เกิดจากการปวดเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานทั้งวัน และท่านวด 18 อรหัน ยังช่วย คนที่มีอาการของโรคออฟฟิตซินโดม ให้มีอาการดีขึ้นด้วย และที่กำลังได้รับความนิยมอีกอย่างหนึ่ง คือ การนวดสลายไขมัน เพราะเรารับรองผลโดยการวัดรอบเอว และหลังจากนวดไป 2 ชั่วโมง รอบเอวจะลดลงได้ถึง 2 นิ้ว ซึ่งในส่วนของนวดอื่นๆ มีบริการเช่นเดียวกับสปาทัวไป ไม่ว่าจะเป็นการนวดผ่อนคลายและ การนวดแผนไทย เป็นต้น
ห้องให้บริการนวดฝ่าเท้า
ส่วนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มานวดกดจุดฝ่าเท้าปรับสมดุลแบบหยิน-หยาง เพราะเห็นผลว่าช่วยปรับสมดุลภายในร่างกายได้ และสปาทั่วไปก็จะไม่มีบริการนวดดังกล่าว ซึ่งโดยทั่วไปจะเน้นการนวดฝ่าเท้าแบบผ่อนคลายเท่านั้น ไม่ได้ช่วยในเรื่องสุขภาพมากนัก
โดยลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการมีอยู่ด้วยกันหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคนทำงานอายุเฉลี่ยประมาณ 40-45 ปี คนกลุ่มนี้ เริ่มมีปัญหาปวดเมื่อยจากการทำงานหนัก และเป็นกลุ่มที่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพ ต้องการหาสิ่งที่ดีให้กับตัวเอง กลุ่มที่สอง เป็นคนสูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และกลุ่มคนที่ไปออกกำลังกาย เล่นกอล์ฟ หรือ เล่นกีฬามา มีอาการปวดเมื่อย ก็มาให้เราช่วยแก้อาการให้ ซึ่งเราก็มีผู้เชี่ยวชาญที่มาช่วยดูแล และแก้อาการตรงนี้ให้ นอกจากนี้ มีลูกค้าที่เป็นกลุ่มทัวร์มาจากประเทศต่างๆ ด้วย
ในส่วนของอัตราค่าบริการเริ่มต้น 200 บาท ถึง 300 บาท สำหรับการนวดฝ่าเท้าแบบหยิน-หยาง และการนวดสลายไขมันอยู่ที่คอร์สละ 2,000 บาท ในอนาคตมีแผนที่จะเปิดขยายสาขาในรูปแบบของแฟรนไชส์ สำหรับผู้สนใจนำไปทำเป็นธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันทางอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่เชิญมาให้บริการและสอนพนักงานภายในร้าน พร้อมจะเปิดสอนให้กับผู้สนใจทั่วไป ที่ต้องการจะมาเรียนด้วย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจะมีแค่เพียงการขอใบประกาศซึ่งเราต้องมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้กับทางกระทรวงสาธารณสุข ทางผู้เรียนจะต้องออกค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เอง
ในส่วนของแฟรนไชส์ น่าจะเซ็ทระบบและเริ่มดำเนินการได้ในปีหน้า 2554 เหตุที่เราไม่สามารถเริ่มขายแฟรนไชส์ในปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากผลพ่วงของสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน ยังมีความไม่แน่นอนทำให้เราต้องชะลอการขยายสาขาในรูปแบบของแฟรนไชส์ไปในปีหน้า
โทร. 02-688-8991-3
อ้างอิงจาก ผู้จัดการออนไลน์












7-eleven
Snow City
กาแฟสวัสดี
ชิกเก้นแร๊พ
สถาบันภาษายูนิเซิร์ช
บีเฮลธิ
เปิดรับโฆษณาแล้วจ้า!



กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
สสว.
ISMED
SMES Support
รวมแฟรนไชส์ทั่วไทย
สาระดีๆวาไรตี้ออนไลน์ 














