Article written

  • on 24.11.2009
  • at 02:15 PM
  • by admin
  • 8,014 views
  • 1 Comment

แหนมนายพันราเชนท์ ตำนานแหนมเจ้าแรกของดอนเมือง

“ไกลสุดสายตาขอบฟ้าสีคราม แผ่นดินสยาม ใครรุกใครรานนั้นคงไม่ได้” ผมขึ้นต้นด้วยเพลงลูกทุ่งที่มีชื่อว่า ทหารอากาศขาดรัก มาเป็นหัวข้อเริ่มต้นของข้อเขียนที่ผมจะเขียนถึงในคอลัมน์ “ตำนานอาชีพ” ในฉบับนี้ จะเป็นเหตุบังเอิญหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ พอผมเริ่มลงมือเขียน ผมมักจะเปิดเพลงมาฟังแบบเพลินๆ เป็นเพื่อนระหว่างเขียนเรื่อง ซึ่งมักจะใช้เวลาประมาณตี 1 ช่วงดึกๆ เพราะจะมีสมาธิมากกว่า ส่วนช่วงอื่นมักจะมีเรื่องด่วนให้ทำอยู่เสมอ เดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่งมันเขียนไม่ต่อเนื่อง เลยต้องเลือกเวลาช่วงดึกนี่ละครับ เป็นเวลาทำงานของผม

ผมกำลังเขียนถึงเรื่องราวของนายทหารอากาศท่านหนึ่งถึงแม้ว่าท่านจะเป็นถึงนายทหารระดับสัญญาบัตร แต่ท่านก็ยังมีจิตใจที่อยากจะมีรายได้เสริมเพื่อให้ครอบครัวได้สุขสบาย หากจะพูดกันตามความเป็นจริงแล้ว รายได้จากเงินเดือนในแต่ละเดือนนั้น เพียงแค่พอใช้จ่ายแบบเดือนชนเดือน ไม่มีเงินเก็บ เพราะไม่มีรายได้จากส่วนอื่น

จากคำพูดที่คนในวงการราชการทหาร ตำรวจ เขามักจะพูดกันแบบประชดประชันคือ เมียทหารนับขวด เมียตำรวจนับแบงก์ จริงเท็จอย่างไร ผมไม่อาจจะให้คำอธิบายชัดเจนมากไปกว่านี้ครับ

0097

ผมกำลังพูดถึงธุรกิจอาหารแปรรูปแขนงหนึ่งที่คนไทยรู้จักกันดี และมีไม่น้อยที่เคยรับรู้รสชาติที่อร่อยสุดแซ่บ โดยเฉพาะอาหารชนิดนี้มักจะแพร่หลายและเป็นที่รู้จักกันมากในเขตภาคเหนือ อาหารชนิดนี้คือ แหนม เพราะว่าเป็นอาหารที่คนทางภาคเหนือเขาทำกินกันในครอบครัวและกลายเป็นธุรกิจที่ต่อเนื่องกันมานาน นับว่าเป็นภูมิปัญญาของคนไทยในอดีตที่รู้จักการจัดเก็บอาหารให้มีอายุยืนยาว สามารถจัดทำเป็นเสบียงตุนไว้ได้นานหลายวันโดยไม่เสียหาย

จึงนับได้ว่าคนภาคเหนือจะเป็นคนทำแหนมได้ดีที่สุดกว่าคนภาคอื่น เพราะถือว่าเป็นอาหารประจำภาค ส่วนประชาชนในภาคอื่นๆ ที่ต้องการจะกินแหนมก็ต้องอาศัยการสั่งเข้ามาขาย เช่นในกรุงเทพฯ ก็จะมีการจัดส่งมาจากโรงงานผลิตแหนมจากเชียงใหม่ ซึ่งในแต่ละครั้งก็ต้องรอคอยเวลาการจัดส่งสินค้าที่เป็นแหนมก็ไม่ค่อยจะสะดวกนัก

ดังนั้น ช่องทางการทำแหนมเพื่อการขายให้กับคนในแถบภาคกลาง รวมถึงในตลาดกรุงเทพฯ ก็เกิดขึ้นในความคิดของนายทหารอากาศยศนาวาอากาศโท คือ ผู้พันราเชนท์ ปานปรุง (ยศขณะนั้น) ซึ่งได้รับการแนะนำและสอนวิชาการทำแหนมจากเพื่อนฝูงที่เป็นชาวเพชรบูรณ์ แต่มีความรู้ในด้านการทำแหนมมาจากทางเหนือ เป็นผู้จุดประกายให้ น.อ.ราเชนท์ ปานปรุง มีความคิดอยากจะหารายได้พิเศษมาจุนเจือครอบครัว เพราะหากจะรออยู่เฉพาะเงินเดือนแล้วไม่รู้เมื่อใดจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วทาง น.อ.ราเชนท์ และ คุณสำเนียง ปานปรุง ผู้เป็นภรรยา ก็เริ่มทดลองทำแหนม ประมาณว่าในช่วงปี 2510 หรือเมื่อ 42 ปีที่ผ่านมา ทั้งสองได้พยายามฝึกหัดและเริ่มทำแหนมกันเป็นแบบที่ต้องใช้เวลาปรับปรุงแหนมจนได้รสชาติตามที่ตลาดต้องการ และเริ่มนำออกจำหน่ายในวงแคบๆ คือ จำหน่ายแบบตัวต่อตัวผู้ใกล้ชิด จนพรรคพวกเพื่อนฝูงได้ให้การอุดหนุนเป็นอย่างดี และติดใจในรสชาติของแหนมจากฝีมือของ น.อ.ราเชนท์ และคุณสำเนียง ต่างก็ได้โฆษณาปากต่อปาก และคุณสำเนียงก็ได้ใช้เวลาว่างนำแหนมออกขายตามตลาดนัดในเขตดอนเมืองจนมีคนรู้จักแพร่หลาย

คุณเป็ด หรือในชื่อจริงคือ คุณพัชรี ปานปรุง บุตรสาวคนที่ 2 ของบริษัท นายพันราเชนท์ ได้เปิดเผยกับผู้เขียนว่า “เริ่มแรกจากที่คุณพ่อและคุณแม่ได้ทำแหนมออกขาย จะได้รับการต้อนรับดีมาก เนื่องจากรสชาติดีและอร่อยเพราะได้สูตรแท้จากเชียงใหม่”

“ต้องยกความดีให้กับคุณแม่ที่ให้ความสนใจและทำงานหนักมาก เพราะอยากมีฐานะดี มีเงินใช้และเก็บไว้ในวันหน้า คุณแม่เลยต้องทำงานหนักและทำแหนมขายให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าที่มาเข้าคิวเพื่อขอซื้อแหนมไปขายต่อ”

แหนมที่ได้ทำออกมาขายในสมัยเริ่มแรกไม่ได้ใช้ชื่อหรือยี่ห้อเป็นมาตรฐานแต่ประการใด แต่ใครๆ ที่ได้เป็นลูกค้ามักจะเรียกชื่อแหนมตามความเป็นจริงคือ เป็นแหนมจากฝีมือของ น.อ.ราเชนท์ ก็เลยใช้ชื่อเรียกยี่ห้อของแหนมว่า แหนมนายพันราเชนท์ แต่ก็ยังมีการเรียกยี่ห้อแหนมอีก 1 ชื่อคือ แหนมดอนเมือง

เรียกติดปากกันมายาวนานเป็น 10 ปี แหนมนายพันราเชนท์จึงได้กลายเป็นตำนานของแหนมดอนเมืองไปโดยปริยาย เป็นเจ้าแรกเจ้าเดียวที่ทำแหนมขายในเขตดอนเมือง ซึ่งต่อมาก็ได้มีคนทำแหนมออกมาขายหลายราย ต่างก็ได้ใช้ชื่อดอนเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

แหนมนายพันราเชนท์ หรือแหนมดอนเมือง ได้เปิดกิจการทำแหนมขายติดต่อกันมานานนับสิบปี เป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศว่าเป็นแหนมที่มีรสชาติอร่อยและมีคุณภาพดี มีกำลังการผลิตต่อเนื่องกันมาจนมาถึงยุคมีการเปลี่ยนแปลงให้เติบโตและเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

จากการที่เริ่มต้นทำแหนมในแบบชาวบ้านธรรมดาในครอบครัวเล็กๆ ใช้แรงงานภายในครอบครัวที่มีลูกๆ เข้ามาช่วยบางเวลาที่ว่างเว้นจากการเล่าเรียนหนังสือ ใช้ความมานะพยายามและความเป็นคนสู้งานหนัก ทำเพื่ออนาคตและความมั่นคงของครอบครัว ซึ่งยังไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นโรงงานผลิตแหนม เครื่องมือเครื่องใช้ก็เป็นแบบแรงงานมากกว่าเครื่องจักร

คุณเป็ด กล่าวเสริมให้ฟังอย่างน่าสนใจว่า “ในช่วงที่ทำแหนมขายนั้น เราโชคดีที่ทำออกมาแล้วไม่พอกับความต้องการของลูกค้า ยังจำเหตุการณ์ที่เห็นมากับตาว่า ลูกค้าที่ต้องการแหนมของเราไปขายต่อตามตลาดกำเงินสดมารอคิวเพื่อขอซื้อแหนมจากคุณแม่ที่นั่งนับแหนมขาย ลูกค้าส่งเงินแล้วก็นับแหนมส่งให้ บางครั้งคนที่รอเข้าคิวคนหลังๆ ก็พลาดโอกาสที่จะได้แหนมเพราะแหนมหมดเสียก่อน ต้องมาใหม่ในวันรุ่งขึ้นและต้องมาเข้าคิวตามเดิม”

คุณเป็ด พูดให้ฟังว่า “รู้สึกเห็นใจลูกค้า และสงสารคุณแม่เพราะต้องทำแหนมให้มากขึ้นเพื่อให้พอกับความต้องการ จึงได้พยายามสั่งเครื่องทุ่นแรงเข้ามามีบทบาทแทนคนมากขึ้น พร้อมกับว่าจ้างคนงานเพิ่มขึ้น และมีการคุยกันเองในครอบครัวว่า จะต้องมีการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อที่จะขยายโรงงานให้ทันสมัยขึ้น เพื่อรองรับธุรกิจแหนมให้ทันสมัยมากขึ้น เพราะว่าเท่าที่กิจการเล็กๆ ที่ทำกันแบบครอบครัวแล้วประสบความสำเร็จได้ระดับนี้คาดว่าเป็นการมาถูกที่ถูกทาง”

สิ่งสำคัญคือประสบการณ์ในเชิงธุรกิจนั้นมีความก้าวหน้าและกล้าที่จะตัดสินใจในการลงทุน และสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ความเป็นอยู่หรือฐานะของทางบ้านดีขึ้น มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น สามารถส่งเสียให้ลูกๆ ได้รับการศึกษาที่ดีและเรียนจบปริญญาทั้งในและต่างประเทศ

ในความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ การจัดสร้างโรงงานแห่งใหม่ ให้ได้มาตรฐานเพื่อที่จะทำตลาดแหนมให้กว้างขวางและกระจายสินค้าให้ได้ทั้งประเทศ และเป็นการแตกหน่อผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารที่ทำมาจากเนื้อหมู ซึ่งนับวันวงการอาหารจะต้องมีการพัฒนามากขึ้นอย่างแน่นอน จะได้มีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เข้ามาเสริมแทนที่สินค้าตัวเดิมๆ และโรงงานใหม่ก็ได้เกิดขึ้นอย่างเต็มตัวและจดทะเบียนเป็นรูปแบบบริษัทที่มีการบริหารจัดการแบบทันสมัย มีการใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น จดทะเบียนโรงงานและขออนุญาตอย่างถูกต้องได้มาตรฐาน อย. และมาตรฐาน GMP ที่ทางการมีข้อกำหนดทุกประการ

นับเป็นโรงงานที่มีการควบคุมดูแลความสะอาดและถูกสุขอนามัยเพื่อให้ลูกค้าได้รับผลิตภัณฑ์ของบริษัทไปรับประทานอย่างมั่นใจ และปลอดภัยเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์

0098

คุณเป็ดกล่าวอย่างยิ้มแย้มแบบอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เมื่อกล่าวถึงความสำเร็จของกิจการที่ตลอดเวลากว่า 40 ปี ที่ยังจำได้ว่า เริ่มทำแหนมขายเมื่อตอนที่คุณเป็ดอายุประมาณ 7-8 ขวบ ยังซุกซนแบบเด็กๆ ไม่รับรู้เรื่องความยากลำบากของครอบครัวที่มีคุณพ่อเป็นนายทหาร กลับมาวุ่นวายกับการทำแหนมขายที่คุณพ่อเป็นคนริเริ่มทางความคิดและมาตกเป็นภาระหนักของคุณแม่ที่จริงจังกับการทำแหนม มองเห็นลูกค้าที่เข้าแถวกำเงินมาซื้อแหนม จนต่อมาฐานะของครอบครัวเริ่มดีขึ้น พี่ๆ และน้องๆ รวม 4 ชีวิตมีโอกาสเรียนหนังสือจนจบปริญญา

“ยอมรับว่าแรกที่เริ่มเติบโตยังไม่มีโอกาสเข้ามาช่วยเหลือกิจการของครอบครัวมากนัก จนกระทั่งกิจการเริ่มดีวันดีคืน คุณแม่ต้องขอร้องให้ลูกๆ เข้ามามีบทบาทในบริษัทให้มากขึ้น” เลยต้องขอร้องให้คุณเป็ดเลิกเรียนกลางคัน ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่สหรัฐอเมริกา กำลังเรียนทางการแฟชั่นตามที่ตัวเองชอบ

คุณเป็ดเป็นลูกสาวคนที่ 3 ของครอบครัว ปัจจุบันรับหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบดูแลงานของบริษัทอย่างเต็มตัว โดยที่มีพี่ๆ และน้องๆ เป็นกรรมการของบริษัท และมีธุรกิจส่วนตัวแต่ยังเกี่ยวข้องในเรื่องของการทำธุรกิจที่เป็นอาหารแปรรูปคือประเภทไส้กรอกอีสาน ซึ่งเป็นอาหารที่สามารถทำตลาดในแนวทางเดียวกัน

บริษัทนายพันราเชนท์ ภายใต้การบริหารจัดการของคุณเป็ด เจริญเติบโตมาอย่างต่อเนื่องจากปี 2537 จนถึงปัจจุบัน ใช้ที่ทำการเป็นตึกแถวหลายคูหาติดถนนพหลโยธิน ดัดแปลงเป็นศูนย์กลางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และใช้เป็นสถานที่ผลิตสินค้าของบริษัท โดยนำวิทยาการสมัยใหม่มาใช้และมีพนักงานขายหน้าร้าน และพนักงานฝ่ายผลิตรวมกันอยู่อย่างมีความสุข และมีความคิดที่จะขยายรูปแบบการขายสินค้าให้กระจายไปทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ความคิดของคุณเป็ดไม่ถนัดในการนำสินค้าไปเสนอขายให้กับบรรดาซุปเปอร์สโตร์ และบรรดาห้างดังๆ ที่เป็นรูปแบบศูนย์กระจายสินค้าของต่างชาติ เพราะมีเรื่องยุ่งยากและมีเงื่อนไขหยุมหยิมน่าเบื่อหน่ายเลยตัดสินใจที่จะทำเป็นช็อปของตัวเอง สามารถกระจายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรงที่ไม่ต้องผ่านคนกลาง และขณะนี้ก็ได้จัดสร้างร้านต้นแบบในแหล่งชุมชนขนาดใหญ่อยู่หลายแห่ง ลูกค้าสามารถเข้าไปเลือกซื้อหาสินค้าของบริษัทได้หลากหลายรูปแบบทั้งอาหารและเครื่องดื่ม

ที่สร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทคือ เฉาก๊วย เพราะว่าเฉาก๊วยของบริษัทเป็นเฉาก๊วยที่มีคุณภาพ และอร่อยที่สุด มีลักษณะเหนียวนุ่ม เป็นสินค้าที่มีลูกค้าติดอกติดใจเป็นอย่างมาก และยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่กำลังจะทยอยออกมา ประเภทเครื่องดื่มที่มีเฉาก๊วยเป็นส่วนประกอบ และแผนการเรื่องการขยายในรูปแบบคีออสเล็กๆ ที่สามารถใช้เนื้อที่เล็กๆ แต่มีสินค้าของบริษัท เช่น แหนม ไส้กรอกอีสาน และเครื่องดื่ม ไว้บริการลูกค้า และได้ปรับปรุงการทำอาหารแบบพร้อมรับประทานโดยการใช้ไมโครเวฟแทนการทอดหรือย่าง ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากเหมือนอดีต

รวมไปถึงชุดอาหารที่มีข้าวเป็นส่วนประกอบ และมีผลิตภัณฑ์หลักคือ แหนม เป็นเครื่องเคียงในแบบทีวีดินเน่อร์ เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มในแบบชุดปาร์ตี้ สมูธตี้ ที่ทันสมัยถูกยุคสมัยนิยม

คุณเป็ดได้อธิบายถึงความเข้มแข็งและความมั่นคงที่บริษัทได้มา เกิดมาจากความซื่อสัตย์ที่มีต่อธุรกิจ คือใช้วัตถุดิบและเครื่องมือที่มีคุณภาพและทันสมัยเป็นสเตนเลส ไม่มีการเกิดสนิม เลือกใช้ผู้จัดหาหรือจัดส่งวัตถุดิบ เช่น เนื้อหมู ที่เป็นแหล่งใหญ่เลี้ยงแบบถูกหลักอนามัย และปลอดภัย

รวมไปถึงเครื่องประกอบ เช่น พริก และเครื่องเทศ ซึ่งเราทราบดีว่าพริกที่นำมาใช้ ทางโรงงานอื่นๆ เขาไม่ล้างพริก เพราะว่าพริกจะเสียง่ายมาก โดนน้ำแล้วเกิดเชื้อรา แต่โรงงานของเราหาวิธีการล้างพริกและทำให้แห้ง โดยที่คนกิน กินอาหารได้อย่างปลอดภัย

รวมไปถึงการให้กำลังใจต่อพนักงานทุกคน ให้มีขวัญและมีใจผูกพันกับองค์กร ช่วยกันลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป และประหยัดในสิ่งที่ควรประหยัด เพื่อเพิ่มรายได้ มีการตรวจสอบยอดการขายของแต่ละจุดในลักษณะไม่ใช่เร่งรัดยอดแต่เป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและพูดคุยให้กำลังใจแบบคนในครอบครัว มีรางวัลและเงินช่วยเหลือแก่พนักงานที่อยู่ในกรอบและกฎเกณฑ์ของบริษัทที่ตั้งไว้

ปัจจุบันนี้ คุณเป็ดอยู่ดูแลกิจการอย่างมีความสุข และพร้อมกับ คุณแม่สำเนียง ปานปรุง ในขณะนี้มีอายุได้ 76 ปี ส่วนคุณพ่อ น.อ.ราเชนท์ ปานปรุง ได้เสียชีวิตไปในวัย 71 ปี เมื่อปี 2546

อยากจะไปชมกิจการหรือติดต่อการทำธุรกิจกับบริษัทนายพันราเชนท์ ก็เชิญที่ 325/8 ถนนพหลโยธิน แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพฯ 10220 โทรศัพท์พูดคุยกับ คุณศิริพร ซึ่งเป็นผู้จัดการ ได้ที่ โทร. (02) 531-1379

อ้างอิงโดยพันธ์ ทรงประเสริฐ
rich

  • โตที่ดอนเมือง

    แหนม เจ้านี้ คือ แหนมที่ เขาเรียกว่า แหนม บ พ ร ใช่ไหมครับ เพราะผมได้ยนิน พ่อผมเรียก ประมาณ ปี 2516 ตอนนั้น พ่อผมก็ทหารอากาศ รุ่นๆ ท่าน ราเชน ถ้าเทียบอายุกัน ตอนนั้นแหนมเจ้านี้คือจ้าวแรกแน่ๆ ที่เรียกแหนมดอนเมืองจากคนที่อื่น ที่มาซื้อ ตามข้อเขียน ของ ผู้เขียนหนังสือ (พอดีเมื่อซักครู่ดูรายการ คัมภีวิถีรวย เขาเอาแหนมดอนเมืองมาออกรายการ เจ้าของบอกทํามา สามสิบปีเลยสงสัย ว่าไม่น่าใช่ จ้าวแรก 3 ตค 53 รายการ)


ThaiSMEfranchise.com : ศูนย์รวมธุรกิจ SME ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
Copyright 2010-2014. สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. พ.ศ.2537 [ ลิขสิทธิ์ & นโยบายส่วนตัว]
ผู้ดูแลเว็บไซต์ :   info@thaismefranchise.com |
ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Twitter ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน  Facebook ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Line

Telephone :  02-8967330-1 | Fax :  02-8967331
เจ้าของเดี่ยวกับ ThaiFranchiseCenter.com | ThaiSMEfranchise.com | ThaiFranchiseTV.com