Article written

  • on 28.06.2010
  • at 01:20 PM
  • by admin
  • 17,054 views
  • 2 Comments

“ข้าวแต๋นลุงแว่น” ตลาดน้ำอัมพวา ลงทุนน้อย กำไรงาม

“เริ่มนึ่งข้าวเหนียวในช่วงเย็น ปั้นข้าวเหนียวในตอนกลางคืน และนำออกตากแดดในช่วงเวลาเช้า ส่วนข้าวเหนียวที่ตากแห้งแล้วนำมาทอดและโรยน้ำตาล แพ็กใส่ถุงขายในช่วงเวลากลางวัน ลุงแว่นทำเช่นนี้เป็นกิจวัตร จนมีรายได้เริ่มจาก 200-300 บาท ต่อวัน ขยับขึ้นเป็นรายได้ 700-1,000 บาท ต่อวัน ในช่วงเวลาไม่นานนัก”

คำว่า “เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส” ถูกนำมาพูดให้ได้ยินหนาหูมากขึ้น ไม่แน่ชัดว่ามีสาเหตุจากอะไร แต่ในสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ เชื่อว่า “วิกฤตทางเศรษฐกิจ” เป็นสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งแน่นอน และไม่ว่าจะด้วยสาเหตุหลักสาเหตุใด หากผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์สามารถปรับเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสดังวลีเด็ดนั้นแล้ว ย่อมเป็นเรื่องดี เพราะนั่นหมายถึงผลที่ออกมาการันตีได้ว่า ผลที่ออกมาเป็นบวกมากกว่าลบ แต่สำหรับผู้ที่ตกอยู่ในบางสถานการณ์ที่ไม่มีมุมใดสามารถพลิกให้วิกฤตเป็นโอกาส อาจพ่ายแพ้ต่อวิกฤตนั้นๆ จนนำไปสู่ความล้มเหลว นั่นก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน

ฉะนั้น การไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ หมั่นใช้สมองในการขบคิดและสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดประกายอย่างหนึ่งอย่างใด ที่แน่นอนว่าจะต้องมีบางมุมที่เป็นจุดพลิกผันและสามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้แน่นอน

เช่นเรื่องที่ “เส้นทางเศรษฐี” จะนำมาถ่ายทอดในครั้งนี้ อาจเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้ที่ตกอยู่ในวิฤตหรือสถานการณ์ที่ย่ำแย่ เกิดกำลังใจ มีแนวคิด ผ่านพ้นวิกฤตและนำไปสู่ความสำเร็จในชีวิตได้

 

ทดลองทำข้าวแต๋นจากศูนย์

หวังเพิ่มรายได้ครอบครัว

“ข้าวแต๋นลุงแว่น” เป็นชื่อเรียก ข้าวแต๋น ซึ่งเป็นขนมโบราณที่มีมากว่า 200 ปี และเป็นขนมยี่ห้อหนึ่งที่มีวางขายหลักอยู่ในตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม แม้ว่าข้าวแต๋นจะเป็นขนมท้องถิ่นและมีชื่อเรียกในถิ่นภาคกลางว่า ขนมเล็บนาง แต่ในหลายจังหวัดกลับนิยมเรียก ขนมข้าวแต๋น ตามถิ่นภาคเหนือ

ชื่อ “ลุงแว่น” ถูกนำมาเติมไว้ข้างหลังคำว่า “ข้าวแต๋น” เป็นการแสดงให้เห็นถึงที่มาของขนม นั่นคือ แหล่งผลิตและเจ้าของ ชื่อนี้ถูกตั้งขึ้นเพื่อให้จดจำผู้ผลิตและผู้ขาย ซึ่งเป็นชายวัย 55 ปี รูปร่างสันทัด แต่มีจุดเด่นที่สวมแว่น เขาเชื่อว่าจะทำให้ง่ายต่อการจดจำของลูกค้า เมื่อมาถึงถามหามั่นใจได้ว่าจะต้องมีคนชี้ร้านให้มาซื้อได้ถูกทาง

ลุงแว่น เราเรียกตามชื่อยี่ห้อของผลิตภัณฑ์ ทำให้เจ้าตัวยิ้มยอมรับโดยดุษฎี และขอให้เรียกลุงแว่น เพื่อง่ายต่อการจดจำตามเอกลักษณ์ของลุง และจากข้อมูลก่อนหน้าทราบได้ว่า ขนมข้าวแต๋นลุงแว่น เริ่มมีวางขายให้เห็นเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน แต่เป็นที่รู้จักกันในนามของข้าวแต๋นลุงแว่น เมื่อ 2 ปีหลัง

ลุงแว่น หรือ คุณศุภชาติ เจียมศิวานนท์ เล่าอย่างเรียบเรียงให้ฟังว่า ในยุคที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง ทุกอาชีพได้รับผลกระทบ และลุงแว่นเองเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งถือว่าหนัก เพราะรายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัวที่มีภรรยาและลูก รวม 3 ชีวิต แม้ว่าพยายามดิ้นรนด้วยการขายอาหารตามสั่ง และขายขนมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างรายได้ เพราะฐานะและความรู้น้อยนิด เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ลุงแว่นส่ายศีรษะพร้อมกับบอกว่า ตัวเลขรายได้ในบางวันไม่ถึง 100 บาท หรือเกินกว่านั้นก็ไม่มากเท่าไหร่

เพราะเป็นหัวหน้าครอบครัว ทำให้ลุงแว่นพยายามคิดและคิด เพื่อหาแหล่งรายได้อื่นมาเสริม และคิดปรับเปลี่ยนรายได้หลักที่ทำอยู่ในปัจจุบันไปหาสิ่งที่ดีกว่า เมื่อไม่มีฐานะและความรู้ใดๆ ลุงแว่นจึงมองที่การขายอาหาร คิดคำนวณว่าจะต้องหาอาหารที่คนรับประทานและสามารถซื้อกลับบ้านไปรับประทานได้ ไม่เฉพาะรับประทานได้หน้าร้าน เพราะเชื่อว่าจะเพิ่มยอดสินค้าได้ กระทั่งเห็นขนมข้าวแต๋นวางขายอยู่ด้านหน้าอำเภอ เป็นกอง ทั้งแบบทอดแล้ว โรยน้ำตาลแล้ว และแพ็กใส่ถุงไว้อีกกองใหญ่

ลุงแว่น บอกว่า เห็นตอนแรกคิดจะทำขนมข้าวแต๋นขาย เพราะในตลาดน้ำอัมพวายังไม่มีใครทำ แต่เพราะไม่มีความรู้ใดๆ เกี่ยวกับการทำข้าวแต๋นเลย จึงพยายามค้นคว้าหาแหล่งความรู้ทั้งเปิดตำรา ซึ่งมีบอกแต่ไม่ละเอียด และสอบถามผู้ที่ทราบว่าทำเป็น แต่ไม่มีใครยอมสอน ทำให้ลุงแว่นตัดสินใจทดลองทำเอง เพราะคิดว่าทุกสิ่งต้องเริ่มจากตนเองเพื่อให้รู้จริง ทั้งที่ทำไม่เป็นแม้แต่น้อย

เรียนรู้เองทุกขั้นตอน

เชื่อมั่น สร้างแบรนด์

เริ่มต้นลุงแว่นยังคงไม่ทิ้งอาชีพขายอาหารตามสั่ง เพราะถือว่าเป็นอาชีพหลัก แต่เบียดเวลาพักผ่อนในช่วงเวลากลางคืนมาศึกษาวิธีการทำข้าวแต๋นด้วยตนเอง ในทุกวัน ลุงแว่นจะซื้อข้าวเหนียว และน้ำตาลปึก ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของข้าวแต๋น มาทดลองทำ นับตั้งแต่การแช่ข้าวเหนียว นึ่งข้าวเหนียว ตากข้าวเหนียว กวนน้ำตาล โรยน้ำตาล แต่ในทุกขั้นตอนที่ลุงแว่นทดลองทำ ลุงแว่นพยายามพลิกแพลงให้ได้รสชาติที่มั่นใจได้ว่าอร่อยที่สุดสำหรับฝีมืออย่างเขา เพราะหวังว่าจะเป็นสินค้าอย่างหนึ่งที่ช่วยเสริมรายได้ให้กับครอบครัว ทำให้ความตั้งใจในการทดลองไม่หยุดหย่อน จนคำว่า พักผ่อน สำหรับลุงแว่นแทบไม่รู้จักมักคุ้นกันเลย

“ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด” ลุงแว่นบอก พร้อมอธิบายว่า ที่คิดเช่นนั้น เพราะกว่าจะได้ข้าวเหนียวตากได้ที่ นำมาทอดแล้วมีความกรอบไม่หนืด น้ำตาลที่ใช้โรยหน้าเหนียวแต่ไม่ข้นเกินไป และไม่ตกทรายจนแตกออกเมื่อถูกหยิบจับ ลุงแว่นทดลองนานถึง 8 เดือน เมื่อมั่นใจในรสชาติที่ได้ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนการันตี เป็นคนในครอบครัวของลุงแว่นเองที่เป็นหนูทดลอง และมีตัวอย่างการทดลองที่ใช้ไม่ได้เป็นข้าวเหนียวตากแห้งจำนวนเกือบ 5,000 ชิ้น แต่ลุงแว่นกลับไม่ทิ้งเก็บไว้ดูต่างหน้าและยึดถือเป็นต้นตอของความคิด และเป็นประสบการณ์ที่สร้างขึ้นเอง

เมื่อได้สูตรที่ลงตัว ลุงแว่นยังคงขายอาหารตามสั่งเหมือนเคย และใช้เวลาพักผ่อนเท่าที่พอมีเจียดมาทอดข้าวแต๋นโรยน้ำตาล แพ็กใส่ถุงวางขายหน้าร้าน แต่ลุงแว่นผลิตได้ครั้งละไม่มาก เนื่องจากมีเวลาเพียงส่วนหนึ่งสำหรับการทำข้าวแต๋น จึงวางขายได้เพียงวันละ 4-5 ถุง มีข้าวแต๋นจำนวน 10 ชิ้น ต่อแพ็ก จำหน่ายในราคาแพ็กละ 10 บาท ซึ่งถือว่าเป็นรายได้เสริมเล็กๆ ที่เล็กจริงๆ

“ขายอาหารตามสั่ง มีข้าวแต๋นวางขายเท่าที่พอทำได้ ช่วงนั้นมีรายได้รวมแล้วไม่เกิน 300 บาท ต่อวัน แต่ยอดเงินจำนวนนี้ผมก็ดีใจมากแล้ว ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อยมาก เพราะกลางวันขายอาหารตามสั่ง กลางคืนต้องเตรียมตากข้าวเหนียว เพื่อทอดในตอนเช้าและโรยน้ำตาล แพ็กใส่ถุงขาย”

 

เผยสูตรเฉพาะตัว

เพิ่มรายได้คูณสองเท่า

หลังวางขาย เมื่อข้าวแต๋นแพ็กหมดลง มีลูกค้าถามหาอย่างต่อเนื่อง ลุงแว่นตัดสินใจเลิกขายอาหารตามสั่ง และให้เวลากับการทำข้าวแต๋นขายอย่างเต็มเวลา เริ่มนึ่งข้าวเหนียวในช่วงเย็น ปั้นข้าวเหนียวในตอนกลางคืน และนำออกตากแดดในช่วงเวลาเช้า ส่วนข้าวเหนียวที่ตากแห้งแล้วนำมาทอดและโรยน้ำตาล แพ็กใส่ถุงขายในช่วงเวลากลางวัน ลุงแว่นทำเช่นนี้เป็นกิจวัตร จนมีรายได้เริ่มจาก 200-300 บาท ต่อวัน ขยับขึ้นเป็นรายได้ 700-1,000 บาท ต่อวัน ในช่วงเวลาไม่นานนัก

กลวิธีที่ลุงแว่นมั่นใจว่าสามารถเรียกลูกค้าให้ซื้อข้าวแต๋นของลุงได้ ลุงแว่นบอกว่า เพราะการกวนน้ำตาลที่เชื่อได้ว่าไม่เหนียวติดฟัน ไม่แตกกรอบ และรสชาติหวานกลมกล่อมกำลังดี อีกทั้งลุงแว่นยังโชว์ลีลาการทอดให้ดูเป็นมืออาชีพประกอบกัน ทำให้ระหว่างนั้นตลาดน้ำอัมพวาที่เพิ่งเริ่มก่อตัว มีสีสันช่วยเรียกนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

รายได้ 700-1,000 บาท ต่อวัน ของลุงแว่น ช่วยขยับขยายฐานะความเป็นอยู่ของลุงแว่นได้อย่างดี จนลุงแว่นเองถึงกับตั้งใจพัฒนาสูตรข้าวแต๋น และเพราะโชคอำนวย คณะผู้วิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) และกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อม ชุมชนอัมพวา เห็นความสามารถของลุงแว่น จึงเข้ามาช่วยแนะนำด้านการตลาด ปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าและช่วยกันคิดแบรนด์ จนได้คำว่า “ข้าวแต๋นลุงแว่น” ออกมาในที่สุด

โชคอีกชั้นที่ลุงแว่นได้รับ คือโอกาสที่ มบส. ให้ทุนจากการวิจัย พาลุงแว่นไปศึกษาดูงานที่จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นจังหวัดในภาคเหนือ อันเป็นต้นถิ่นข้าวแต๋น จนลุงแว่นเก็บเกี่ยวประสบการณ์ครั้งนั้นมาต่อยอดเพิ่มมูลค่าในผลิตภัณฑ์ข้าวแต๋นได้ นั่นคือ การเพิ่มหน้าข้าวแต๋นเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า สร้างความแปลกใหม่ให้กับข้าวแต๋นในตลาดน้ำอัมพวา ซึ่งลุงแว่นใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนสามารถปรับสูตรข้าวแต๋นให้มีหน้าเพิ่มมากขึ้นถึง 8 หน้าในที่สุด ได้แก่ รสดั้งเดิม เอ็กซ์ตร้าคาราเมล (หวานพิเศษ) เมล็ดแตงโม งา ธัญพืช หมูหย็อง ถั่วเขียว และหน้าปลาหมึกกรอบ โดยเฉพาะหน้าสุดท้าย ลุงแว่นบอกว่า ทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อหมู

ทุกวันนี้แบรนด์ “ข้าวแต๋นลุงแว่น” ติดตลาดบนของตลาดน้ำอัมพวาเสียแล้ว แต่ลุงแว่นยังคงมุ่งมั่นเช่นเดิม โดยรักษาคุณภาพของสินค้า ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบด้วยตนเองทุกครั้ง หากถามว่าลุงแว่นขายดีหรือไม่ ลุงแว่นยิ้มและบอกว่า อยากให้ลองคำนวณกันเอง โดยให้โจทย์มาว่า ระยะเวลา 3 เดือน ลุงแว่นสั่งข้าวเหนียวสำหรับทำข้าวแต๋นสูงถึง 25 กระสอบ และใช้มะพร้าวสัปดาห์ละ 50 กิโลกรัม ทั้งที่วางขายเฉพาะวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น



ข้อมูลจำเพาะ

กิจการ จำหน่ายข้าวแต๋น

ชื่อกิจการ ข้าวแต๋นลุงแว่น

ลักษณะกิจการ ครอบครัว

เจ้าของกิจการ คุณศุภชาติ เจียมศิวานนท์

เงินลงทุน เฉพาะวัสดุอุปกรณ์หลักพันบาท

รูปแบบการขาย ขายปลีก

ทำเล แหล่งชุมชน

สินค้า ข้าวแต๋น 8 หน้า ประกอบด้วย รสดั้งเดิม

เอ็กซ์ตร้าคาราเมล (หวานพิเศษ) เมล็ดแตงโม งา

ธัญพืช หมูหย็อง ถั่วเขียว และหน้าปลาหมึกกรอบ

ราคาขาย 35 บาทต่อถุง 3 ถุง 100 บาท

ยอดขาย 20,000-30,000 บาท

กำไร 60 เปอร์เซ็นต์ ต่อ 1 แพ็ก

กลุ่มลูกค้า นักท่องเที่ยว

จุดเด่นของสินค้า ข้าวเหนียวทอดกรอบ น้ำตาลโรยหน้าเหนียว นุ่ม ไม่ติดฟัน

สถานที่ตั้ง ตลาดน้ำอัมพวา

โทรศัพท์ (086) 800-1743
อ้างอิงจาก    เส้นทางเศรษฐี

  • ข้าวแต๋นลุงแว่น

    ของเค้าอร่อยจริงๆ

  • http://facebook แตน

    รับสอนทำข้าวแต๋นไหมค่ะ ท่าทางน่าสนุกและก็มีรายได้ดีด้วยนะค่ะ


ThaiSMEfranchise.com : ศูนย์รวมธุรกิจ SME ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
Copyright 2010-2014. สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. พ.ศ.2537 [ ลิขสิทธิ์ & นโยบายส่วนตัว]
ผู้ดูแลเว็บไซต์ :   info@thaismefranchise.com |
ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Twitter ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน  Facebook ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Line

Telephone :  02-8967330-1 | Fax :  02-8967331
เจ้าของเดี่ยวกับ ThaiFranchiseCenter.com | ThaiSMEfranchise.com | ThaiFranchiseTV.com