Article written

  • on 17.11.2011
  • at 05:31 PM
  • by admin
  • 4,521 views
  • No Comment

เกาะเทรนด์ธุรกิจท่องเที่ยว “บีม” เปิดบริษัททัวร์ TRIP BUSTER

“ผมก็มานั่งคิดว่าขนาดเราไปถ่ายรายการด้วยยังมีความสุขเลย แล้วถ้าคนที่เขาพาคนอื่นไปเที่ยว ไปแล้วเขาได้เที่ยวด้วย ได้เงินด้วย มันก็เป็นธุรกิจที่คล้ายๆ กับคนที่ให้ความสุขกับคนอื่นเหมือนกัน เหมือนกับเราเป็นนักร้องเราให้ความสุขกับคนแล้วก็ได้ผลตอบแทนกลับมา เราเป็นไกด์เราพาคนไปเที่ยว คนก็ได้ความสุข”



หากสำรวจธุรกิจของเหล่านักร้องนักแสดง ต้องบอกว่าธุรกิจทัวร์เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ได้รับความนิยม มีหลายคนที่หันมาเอาดีทางนี้ และมีรายได้เป็นกอบเป็นกำเพราะมีต้นทุนทางสังคมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงหรือแฟนคลับ

“บีม” กวี ตันจรารักษ์ อดีตนักร้องวงดีทูบี ซึ่งระยะหลังมาแสดงละครด้วย ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เข้ามาสู่วงการท่องเที่ยว ด้วยการเปิดบริษัททัวร์ชื่อ TRIP BUSTER เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยมีหุ้นส่วน ประกอบด้วย น้องสาว สโรชา ตันจรารักษ์ และแฟนหนุ่ม, คุณพิเชษฐ์ อนันต์ทวีรัชต์ ผู้จัดการส่วนตัว และ คุณสนธยา หมัดสมบูรณ์ ผู้ที่ทำงานในวงการทัวร์อยู่แล้ว

ที่มาที่ไป “TRIP BUSTER”

สาเหตุที่มีหลายหุ้นนั้น บีม บอกว่า “เงินลงทุนในการเปิดบริษัททัวร์ค่อนข้างใช้เยอะ เนื่องจากว่าใช้เงินหมุนเวียนสูงมาก แล้วผมเองก็ยังใหม่ในธุรกิจนี้เลยอยากให้คนมาลงทุนด้วย จึงออกมาเป็น 5 หุ้น โดยผมเป็นหุ้นใหญ่เพราะว่าเป็นหัวเรือ”

หนุ่มบีม อธิบายชื่อบริษัทว่า “อยากให้เป็นเหมือนชื่อบริษัทของคนรุ่นใหม่ ฟังแล้วให้คนเกิดความอยากไปเที่ยว มีความกระตือรือร้น เสียงมันเหมือนตู้มต้าม ขณะที่ความหมายจริงๆ แปลว่า มือปราบ หรือผู้ที่จัดการ ความหมายของเราก็คือ ผู้ที่จัดการเรื่องท่องเที่ยวให้กับคุณ เลยออกมาเป็น TRIP BUSTER”

หลายคนคงอยากจะรู้ว่าทำไม บีมถึงมาเปิดบริษัททัวร์ ประเด็นนี้เจ้าตัวแจกแจงว่า “เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นส่วนใหญ่ผมยังร้องเพลงและทำโปรเจ็คต์เดินทางเที่ยวต่างประเทศทั่วโลกกับแดน (วรเวช ดานุวงษ์) อาทิ ญี่ปุ่น ทิเบต อเมริกาใต้ เปรู แอฟริกาเหนือ เดินทางไปหลายทวีป เป็นการทำงานที่มีความสุขดี ได้ไปเห็นโลกกว้าง

ผมก็มานั่งคิดว่าขนาดเราไปถ่ายรายการด้วยยังมีความสุขเลย แล้วถ้าคนที่เขาพาคนอื่นไปเที่ยว ไปแล้วเขาได้เที่ยวด้วย ได้เงินด้วย มันก็เป็นธุรกิจที่คล้ายๆ กับคนที่ให้ความสุขกับคนอื่นเหมือนกัน

เหมือนกับเราเป็นนักร้องเราให้ความสุขกับคนแล้วก็ได้ผลตอบแทนกลับมา เราเป็นไกด์เราพาคนไปเที่ยว คนก็ได้ความสุข ผมเลยคิดว่าธุรกิจตรงนี้น่าสนใจ ตอนนั้นคิดไว้เล่นๆ ว่าถ้ามีทีมงานที่พร้อม มี resource ที่เหมาะสมเราก็อยากเปิด

ทิ้งไว้ประมาณปีสองปี ระหว่างนั้นก็มีคลื่นวิทยุเชิญไปเกาหลี ไปออสเตรเลียบ้าง ได้คอนเน็กชั่นกลับมาเพราะในระหว่างการทำงานก็เก็บเกี่ยวไป จนกระทั่งเมื่อประมาณกลางปี 2553 ทางผู้จัดการส่วนตัวของผมเขามองหาธุรกิจใหม่ๆ เหมือนกัน เพราะนอกจากเขาจะดูแลผมแล้วเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ ผมเลยบอกว่าอยากจะทำทัวร์ เขาเองก็อยากทำเหมือนกัน เพราะคอนเน็กชั่นและทุกอย่างเราก็มีแล้ว จึงตกลงร่วมกันเปิดบริษัททัวร์”

เน้นจัดทัวร์เกาหลีก่อน

แม้จะเป็นบริษัทใหม่ที่เปิดได้ไม่นาน แต่บีมบอกรับประกันได้ว่าผู้ใช้บริการไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะได้รวบรวมบรรดาผู้มีประสบการณ์ในวงการทัวร์มาร่วมงานด้วย โดยเฉพาะน้องคนหนึ่งที่ทำทัวร์อยู่แล้ว และตัวเขาเองก่อนจะเปิดบริษัทอย่างเป็นทางการก็เคยลงทุนใช้บริการด้วยการพาครอบครัวไปเที่ยวที่เกาหลีเพื่อจะได้ทดสอบว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

บีม เล่าว่า ในการทำธุรกิจท่องเที่ยวนี้ “แรกทีเดียวค่อนข้างกลัวเพราะทัวร์เป็นเรื่องของคน เป็นงานบริการ ต้องผูกพันกับลูกค้า งานบริการสิ่งที่สำคัญที่สุดคือให้บริการได้ถูกใจแค่ไหน แต่เบาใจได้อย่างหนึ่งคือผู้จัดการส่วนตัวที่ดูแลกันมาหลายปีรู้ว่าธรรมชาติของเขาคือเอาใจใส่คนเก่ง ขนาดผมเอาแต่ใจตัวเองพอสมควรเขาก็ยังดูแลผมได้ดีมาก

ผมเลยไว้วางใจเขา แต่ถ้าจะทำทั้งทีเราเป็นคนมีชื่อเสียง เป็นบุคคลที่ใครๆ ก็รู้จัก การที่จะมาทำตรงนี้ถ้าทำออกไปแล้วไม่ได้อย่างที่ต้องการก็จะเสียชื่อเรา ผมจึงลองให้เขาจัดขึ้นมาทริปหนึ่ง บอกผมจ่ายเงินเอง ผมพาคุณพ่อคุณแม่ พาน้องไปแล้วก็ชวนแฟนคลับผมไปด้วยเหมือนจัดเป็นกรุ๊ปให้ผม เสนออะไรมาให้แล้วสามารถทำอย่างนั้นได้จริงหรือเปล่า ทดสอบก่อนแล้วเอาตัวเราเป็นตัวทดสอบ ทริปนั้นไปเกาหลีก็ถูกใจมากๆ”

บริษัททัวร์ของนักร้องหนุ่มคนนี้ช่วงแรกจะเน้นไปที่ประเทศเกาหลีก่อน ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขาคุ้นเคยอยู่แล้ว อีกทั้งเป็นประเทศที่ไปได้ง่าย เนื่องจากไม่ต้องทำวีซ่าแค่มีพาสปอร์ตก็ไปได้เลย ที่สำคัญ เป็นไปตามกระแสของตลาด

TRIP BUSTER มีอายุยังไม่ถึงปี ถือเป็นบริษัททัวร์เล็กๆ ที่มีพนักงานแค่ 2-3 คน แต่ก็มีงานตลอด โดยบีมตั้งเป้าจะให้จัดไปเกาหลีเดือนละครั้ง ช่วงแรกจะเน้นในประเทศแถบเอเชียก่อน

อย่างไรก็ตาม พอเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน มีสึนามิและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศญี่ปุ่นระเบิด ทำให้แผนที่บีมจะไปทัวร์ที่ญี่ปุ่นในเดือนเมษายนนี้ต้องสะดุด

“ครั้งแรกผมตั้งใจว่าเราจะเปิดไปญี่ปุ่นประมาณกลางเดือนเมษายนก็มาสะดุด ต้องหยุดไว้ก่อน ซึ่งคงต้องเลื่อนไปนานเลย และที่กระทบด้วยคือเกาหลี เพราะตอนนี้คนเริ่มชะลอ แต่ที่ผ่านมาที่ไปมาไม่มีปัญหาอะไร ทางรัฐบาลเกาหลีก็ออกหนังสือมายืนยันว่าไม่มีอะไร แต่จริงๆ ก็คงมีผลต่อจิตใจของคน”

ในฐานะหุ้นใหญ่ของบริษัทนั้น บีม เล่าว่า “ตั้งใจไว้ว่าทุกครั้งที่มีการเปิดเส้นทางประเทศใหม่ๆ ครั้งแรกเจ้าตัวจะไปแล้วก็จะมีการจัดทริปพิเศษขึ้นมาทริปหนึ่งเหมือนกับว่าใครสนใจอยากจะไปแล้วก็มีบีมไปด้วยเป็นอย่างนั้นมากกว่า แต่โดยปกติเราก็ทำเหมือนกับบริษัททัวร์ทั่วไป”

ยันราคาปานกลางบริการพรีเมี่ยม

สำหรับราคาทัวร์ต่อทริปนั้น นักร้องหนุ่มระบุว่า “อยู่ในระดับปานกลาง เราพยายามเสนอคุณภาพที่พรีเมี่ยมแต่ราคาปานกลางเพราะเราไม่สามารถกดราคาให้ต่ำๆ ได้ ดังนั้น ก็ต้องอาศัยคำอธิบายมากกว่าว่าทำไมราคาถึงต่างกัน เหมือนเราซื้อรถก็มีหลายเกรด คุณอยากได้การบริการแบบไหนเราก็ให้อย่างนั้น และผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าการบริการหัวใจของมันคือความจริงใจ การสื่อสารที่จะบอกแล้วอธิบายว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้”

อย่างที่หนุ่มบีมบอก ราคาค่าทัวร์ของเขาอยู่ในระดับปานกลาง แต่ก็มีหลายเกรดให้เลือกตามกำลังทรัพย์ มีตั้งแต่ถูกมากๆ จนขึ้นไปสูง ถูกมากก็ประมาณคนละ 19,000 บาท สูงสุดคนละ 40,000 บาท แต่ส่วนใหญ่จะขายอยู่ประมาณหัวละ 27,000-28,000 บาท

สาเหตุที่ขายได้ราคาไม่สูงนัก นักร้องเสียงดีคนนี้แจงว่า “คือเราไปจะรู้ว่าสายการบินระดับนี้ อาหารมีพร้อม หรือบางครั้งเราบินกลางคืนไม่ต้องดูหนัง ด้วยความที่เคยไปมาก่อนก็จะรู้ว่าเราต้องการอะไรในทริปนี้ ก็จะอธิบายว่าทำไมราคาถึงสูงกว่าตรงนี้ และทำไมเราถึงต่ำกว่าตรงนี้ได้ โดยอาศัยการอธิบาย”

ในฐานะที่เป็นเจ้าของบริษัททัวร์และเคยเป็นลูกทัวร์มาก่อน บีมรู้ดีว่า การซื้อทัวร์ราคาถูกมากก็ใช่ว่าจะมีผลดีเท่าไรนัก

“พวกราคาถูกมากๆ บางทีมันก็เสีย บางคนก็ไปไม่ได้อย่างที่เขาพูด เหมือนกับตอนที่มีข่าวว่ามีทัวร์โดนจับเพราะเขาไปกดราคาให้ถูก ความจริงถ้าเราทำได้เราก็อยากจะทำให้ แต่บางครั้งลูกค้าพอไปกลับมาพูดว่าทำอันนี้ก็ไม่มี อันนั้นก็ไม่มี พอไปแล้วมีกิจกรรมอื่นเข้ามาแทรก ทำให้รู้สึกว่าเขาไม่ได้ไปอย่างที่เขาต้องการจริงๆ อะไรทำนองนี้”

ปลื้มลูกค้าพอใจ-มีความสุข

จากประสบการณ์ที่บริษัทนำลูกทัวร์ไปท่องเที่ยวในเกาหลีมาหลายครั้ง ลูกค้าตอบรับดี ทำเอาหนุ่มบีมปลื้มและมีกำลังใจมากขึ้น

“เท่าที่ผมจัดนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ไปแล้วพอใจมีความสุขมาก เพราะของเราจะมีแบบสอบถาม คุณไปแล้วพอตอนคุณจะบินกลับเราจะแจกแบบสอบถามแล้วก็ช่วยติ๊กให้หน่อยว่าระดับความพึงพอใจคุณเป็นอย่างไร จะมีทุกทริปที่ไป เขาก็จะเขียนมาว่าอันนี้คุณขาดตกบกพร่องไปนะ อันนี้คุณดีมากอะไรทำนองนี้ ตั้งแต่ผ่านมาถ้ามี 5 ระดับ เราก็ได้อย่างน้อย 4.5″

ถ้าพูดถึงกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการบริษัททัวร์ใหม่อย่าง TRIP BUSTER มีทั้งแฟนคลับของบีมเอง มีเจ้าของกิจการ มีข้าราชการ ว่าไปแล้วก็มาจากหลากหลายอาชีพและหลายวัย แต่ถ้าเยอะสุดจะเป็นพวกที่ทำงานใหม่ๆ เนื่องจากสามารถจ่ายค่าทัวร์ได้ในราคาประมาณ 25,000 บาท อันเป็นช่วงต้นปี แต่หากเป็นช่วงไฮซีซั่นอย่างในตอนนี้ราคาจะขยับสูงขึ้น

รับจัดทัวร์เฉพาะกลุ่ม

TRIP BUSTER ใช่จะขายทัวร์อย่างเดียว มีบริการรับจัดกรุ๊ปทัวร์ด้วย ซึ่งบีมเองมีคอนเน็กชั่นกับอาจารย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทางอาจารย์จึงอยากให้จัดทริปพานิสิตนักศึกษาไปทัศนศึกษา

“ตอนนี้กำลังส่งรายละเอียดไปให้อาจารย์ดู เป็นทริปพาไปเกาหลีไปดูงานโรงพยาบาล เราสามารถจัดได้ตามความต้องการของลูกค้า อย่างประเทศจีนเราก็ดูไว้แต่ติดปัญหาว่ายังขาดบุคลากรเพราะเราอยากได้คนที่มีความเชี่ยวชาญจริงๆ รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้วก็ไว้ใจได้”

จากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติ “สึนามิ” และปัญหาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ นอกจากญี่ปุ่นจะไม่มีลูกทัวร์อยากไปแล้ว เกาหลีที่อยู่ใกล้ๆ ก็โดนผลกระทบไปด้วย เพราะผู้คนยังรู้สึกวิตกกังวล ดังนั้น บริษัทของบีมเองจึงต้องเปลี่ยนแผนใหม่ โดยจะเน้นไปที่สิงคโปร์ หรือฮ่องกงแทน

“นอกจากเจอปัญหาและอุปสรรคเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่ญี่ปุ่นแล้ว ก่อนหน้านี้ช่วงปลายปีที่แล้วที่เกาหลีเหนือยิงกระสุนมาในฝั่งเกาหลีใต้ ตอนนั้นกรุ๊ปหนึ่งของบริษัทก็อยู่ที่กรุงโซลด้วย ลูกค้าถามเราก็บอกว่าจริงๆ แล้ว มันไม่มีอะไร คนที่โซลก็ไม่ได้แตกตื่นอะไร คนที่ไปก็กลับมาปลอดภัยทุกคน”

เตือนซื้อทัวร์ต้องดูให้ดี

เป็นที่ทราบกันดีว่าธุรกิจทัวร์ยุคนี้เปิดกันเยอะแยะ การแข่งขันจึงค่อนข้างสูง หนุ่มบีมเลยฝากไปยังนักเดินทางทั้งหลายแหล่ว่า “ธุรกิจทัวร์คู่แข่งเยอะครับ แล้วก็เป็นธุรกิจที่หลายๆ คนคงอยากเข้ามาทำ แต่ต้องบอกว่าควรดูดีๆ และขอเตือนลูกค้าด้วยว่าคุณต้องดูบริษัททัวร์ดีๆ ไม่ใช่เอาถูกเข้าว่าแล้วมันจะได้ของดีอย่างที่คุณต้องการ ขอยืนยันว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น และผมขอบอกอีกอย่างหนึ่งคือว่า ถ้าคุณจะซื้อทัวร์กับบริษัทต้องถามเขาเลยว่าจดทะเบียนอะไรเรียบร้อยแล้วหรือเปล่า เพราะว่าบางบริษัทเขาไม่จด

ของผมเป็นบริษัทใหม่ก็จริง ถ้าคุณสงสัยก็เข้าไปดูที่เว็บไซต์ แม้ผมจะยังใหม่ในธุรกิจนี้แต่เราก็มีมืออาชีพและพนักงานที่ทำอยู่กับเราเขาก็ทำงานในสายทัวร์มานานหลายปี และบริษัทที่เรามีคอนเน็กชั่นด้วยก็เป็นที่รู้จักของประเทศที่เราพาไปเที่ยวอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร เรื่องบริการเราก็ดี เชื่อถือได้”

กับคำถามที่ว่า การเป็นนักร้องนักแสดงช่วยให้ธุรกิจดีมากน้อยแค่ไหน เรื่องนี้ บีม ตอบว่า

“ตั้งแต่เปิดบริษัทมาผมเพิ่งใช้ชื่อว่าตัวเองเป็นเจ้าของเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ก็ยังไม่เห็นผลอะไร แต่คาดว่าจะทำให้คนรู้จักมากขึ้น ตอนแรกๆ ที่คนไปเพราะว่าบางคนไปเที่ยวกับเราแล้วเขาพอใจเขาก็ใช้บริการเราอีกครั้งหนึ่ง ผมว่าอยู่ที่การให้บริการมากกว่า ชื่อเสียงอาจจะช่วยได้บ้างในเรื่องทำให้คนรู้จักแต่ไม่ใช่ทั้งหมด”



ย้ำยึดเป็นธุรกิจจริงจัง

ส่วนที่หลายคนอาจจะมองว่าธุรกิจดาราเป็นเรื่องหวือหวานั้น บีม ยืนยันว่า “ผมจริงจังครับ เพราะด้วยความชอบส่วนตัว ผมคิดว่าลักษณะของธุรกิจท่องเที่ยวคล้ายกับธุรกิจบันเทิง เราทำให้คนมีความสุขในการที่จะได้ไปกับเรา ในบริการที่เราจัดให้ ผมว่ามันค่อนข้างใกล้เคียงกัน”

สำหรับแผนในอนาคต บีมตั้งเป้าว่า จะเปิดขายทัวร์ในประเทศใหม่ๆ ทั่วโลก อย่างเช่นยุโรป แต่เจ้าตัวกระซิบว่า “ไม่ใช่ในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะเรายังไม่มีบุคลากรที่พร้อมพอ ตอนนี้เริ่มเปิดรับพนักงานใหม่ๆ โดยเฉพาะฝ่ายขาย ขอประกาศเลยแล้วกันว่าถ้าใครสนใจจะมาร่วมงานก็ติดต่อได้และถ้ามีประสบการณ์ด้วยจะดีมาก”

ด้วยความที่เป็นบริษัทเล็กๆ จึงดัดแปลงบ้านที่แถวบางนา ตรงข้ามกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา บางนา ทำเป็นโฮมออฟฟิศ ตัวบีมเองจึงมีโอกาสเข้าที่บริษัทเกือบทุกวัน ซึ่งในเรื่องการจัดการบริหารนั้น บีมเองซึ่งจบเอ็มบีเอมาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ได้ใช้ความรู้ความสามารถตรงนั้น แต่อาจจะยังไม่ได้ใช้เต็มที่เพราะยังเป็นบริษัทเล็กๆ ที่ยังไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน

“ผมเข้าบริษัทเกือบทุกวัน แต่อาจจะไม่ได้นั่งที่บริษัททั้งวัน เข้าไปเหมือนบริหาร คือเข้าไปวางแผนเรื่องการตลาด เรื่องการเงิน ผมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท 2 ล้าน เรื่องคืนทุนคิดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี คือเราอยากให้บริษัทอยู่ได้เป็นปัจจัยแรก แล้วคนที่มาเที่ยวกับเราพอใจมีความสุข อันไหนเราทำได้เราทำ ไม่อยากคิดกำไรอะไรมาก เราใช้คำอธิบายมากกว่าว่าไปแบบนี้ก็ได้เท่านี้แหละ ไม่ได้ปิดอะไร เพราะการทำธุรกิจก็ต้องมีกำไรบ้าง ไม่เช่นนั้นธุรกิจก็เดินไปไม่ได้ หลักๆ ที่ผมต้องการ คนที่บริษัทอยู่ได้ ลูกค้าพอใจมีความสุขก็พอใจแล้วครับ”

ทั้งนี้ แม้จะมาทำธุรกิจทัวร์ แต่บีมก็ยังร้องเพลงและรับงานแสดงอยู่เหมือนเดิม และอีก 2 เดือนข้างหน้านี้กำลังจะหมดสัญญากับทางบริษัทอาร์เอสฯ ซึ่งบีมเองก็จะเริ่มรับงานแสดงมากขึ้น

ฟังหนุ่มบีมพูดถึงธุรกิจทัวร์ของเขาแล้ว เชื่อว่าหลายคนที่วางแผนจะไปเกาหลีหรือไปประเทศอื่นๆ ในเอเชีย คงอยากจะลองใช้บริการของเขาบ้าง ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า สามารถเข้าดูได้ที่ www.trip-buster.com ในนั้นจะมีรายละเอียดสถานที่ต่างๆ ที่บริษัทเคยจัดทัวร์ไปมาแล้ว สามารถลิงก์ไปกับเฟซบุ๊กเข้าไปให้ความเห็นหรือทิ้งข้อความไว้ก็ได้ หรือสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ (02) 748-6144-5

นับว่าเป็นนักแสดงและนักร้องอีกคนที่เลือกทำธุรกิจที่ตัวเองชื่นชอบควบคู่ไปกับงานประจำ เรียกได้ว่าเป็นคนฉลาดทีเดียวที่นำต้นทุนทางสังคมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะงานในวงการบันเทิงนั้นมีขึ้นมีลง แต่หากมีอาชีพรองรับที่มั่นคงเช่นนี้ อนาคตย่อมสดใสแน่

อ้างอิงจาก   เส้นทางเศรษฐี


ThaiSMEfranchise.com : ศูนย์รวมธุรกิจ SME ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
Copyright 2010-2014. สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. พ.ศ.2537 [ ลิขสิทธิ์ & นโยบายส่วนตัว]
ผู้ดูแลเว็บไซต์ :   info@thaismefranchise.com |
ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Twitter ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน  Facebook ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Line

Telephone :  02-8967330-1 | Fax :  02-8967331
เจ้าของเดี่ยวกับ ThaiFranchiseCenter.com | ThaiSMEfranchise.com | ThaiFranchiseTV.com