Article written

  • on 28.11.2012
  • at 10:45 AM
  • by admin
  • 6,247 views
  • No Comment

ทุเรียนทอด “ป้าแกลบ”หนึ่งใน จันทบุรี

“ทุเรียนทอดจะทำได้เฉพาะช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยจังหวัดจันทบุรีอยู่ในราวเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน และในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม จะรับทุเรียนจากพื้นที่ปลูกในแถบภาคใต้ ได้แก่จังหวัดชุมพร ยะลา ซึ่งเมื่อนำมาแปรรูปแล้วให้รสชาติไม่ต่างกัน”


ไปจังหวัดจันทบุรี ถ้าไม่ได้รับประทานทุเรียนผลสด ก็ไม่น่าจะพลาดทุเรียนทอด ซึ่งกับเมนูหลังนี้มีให้รับประทานตลอดทั้งปี และปัจจุบันก็มีผู้ผลิตมากราย แต่ที่เห็นเป็นแบรนด์เก่าแก่ทำกันมาช้านาน สามารถครองแถวหน้าตำแหน่งขายดีนั้น คือทุเรียนทอด “ป้าแกลบ”

รับความรู้ จึงทำขาย

สินค้าได้มาตรฐาน

คุณสุรดา บุญสวัสดิ์ บุตรสาวของ ป้าแกลบ (คุณวรรณี บุญสวัสดิ์) ผู้เข้ามาช่วยธุรกิจอย่างขมีขมัน เล่าให้ฟังถึงจุดกำเนิดว่า แรกเริ่มนั้นคุณแม่เป็นชาวสวนทุเรียนเฉกเช่นคนในพื้นที่ ซึ่งขณะนั้นปลูกทุเรียนเพื่อจำหน่ายผลสดให้กับผู้รับซื้อทั่วไป แต่ด้วยความนิยมของผู้บริโภคที่เลือกกินเฉพาะทุเรียนผลไม่ใหญ่ ฉะนั้น น้ำหนักทุเรียนตั้งแต่ 5 กิโลกรัมขึ้นไปจึงไม่อยู่ในสายตา

ป้าแกลบนั่งขบคิดว่าจะนำทุเรียนผลใหญ่นี้มาทำอะไรดีจึงจะมีคุณค่าและสามารถถนอมอาหารเก็บไว้กินได้นานหลายวัน

ทุเรียนผลแก่จัดแต่ไม่สุก ปอกเลาะเอาแต่เนื้อ แล้วหั่นชิ้นบาง ทอดในน้ำมันร้อนๆ คือกระบวนการแปรรูปที่ป้าแกลบเลือกทำ ซึ่งผลปรากฏว่า อร่อย จนกลายเป็นขนมของทุกคนในครอบครัว

กระทั่งต่อมา ป้าแกลบเกิดความคิด นำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด แต่ติดปัญหาตรงความกรอบนั้นไม่คงทน

“ต่อมาเจ้าหน้าที่เคหกิจเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอท่าใหม่ นำองค์ความรู้วิธียืดอายุสินค้าให้คงความกรอบได้นาน มามอบให้ผู้สนใจก้าวสู่ธุรกิจนี้”

หลังจากรับความรู้ ถึงคราวลงมือปฏิบัติ ซึ่งก็ให้ประสิทธิผลดี โดยปัจจุบันอายุการเก็บรักษาอยู่ได้นานตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 1 ปี โดยส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับบรรจุภัณฑ์ด้วย

“เริ่มนำสินค้าออกขายเองที่ตลาดใกล้บ้านในปี 2539 จากนั้นฝากขายตามร้านค้าเล็กๆ ที่อยู่ริมถนน จนกระทั่งต่อมาเกิดปัญหาด้านการเงิน เพราะทำเลตั้งร้านเขาไม่เป็นหลักแหล่ง บางครั้งส่งของให้ไปก่อน พอถึงวันเก็บเงิน ปิดร้านหายตัวไปแล้ว”

จากปัญหาดังกล่าวมา ส่งผลให้คิดถึงตลาดแห่งใหม่ที่มีทำเลขายแน่นอน นั่นก็คือร้านค้าของฝาก ซึ่งปัจจุบันส่งสินค้าให้กว่า 10 แห่ง กระทั่งต่อมาหลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผ่านมาตรฐาน อย., GMP สินค้าจึงมีโอกาสก้าวไปอยู่ในร้านค้าชั้นนำ อย่าง เลมอนฟาร์ม

เมื่อโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ถือกำเนิดขึ้น ป้าแกลบนำ “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเขาบายศรี” เข้าสู่โครงการ โดยมีผลิตภัณฑ์หลักได้แก่ ทุเรียนทอดกรอบ นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์และอาหารแปรรูปอีกหลายรายการ ทั้งจาก ทุเรียน มังคุด แก้วมังกร ชมพู่ ทอฟฟี่ถั่ว ทอฟฟี่กะทิ น้ำพริก เช่นนี้เป็นต้น

4 พัน กิโลกรัม

ทำได้ 4 ร้อย

ทั้งนี้ สำหรับทุเรียนแปรรูป ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์เด่น โดยปัจจุบันใช้ผลสดนำมาแปรรูปราว 4,000 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการทอดจะเหลือน้ำหนักสุทธิราว 400 กิโลกรัม

ทุเรียนทอดจะทำได้เฉพาะช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยจังหวัดจันทบุรีอยู่ในราวเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน และในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม จะรับทุเรียนจากพื้นที่ปลูกในแถบภาคใต้ ได้แก่จังหวัดชุมพร ยะลา ซึ่งเมื่อนำมาแปรรูปแล้วให้รสชาติไม่ต่างกัน”

ด้วยระยะเวลากับการให้ผลผลิตของวัตถุดิบจำกัด นี่จึงเป็นเหตุผลให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเขาบายศรี ต้องผลิตสินค้าอื่นเพิ่มเติม อันถือเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 10 คน มีงานทำอย่างต่อเนื่อง

จากได้เกริ่นกล่าวถึงจุดเริ่มต้น วัตถุดิบนำมาผลิตหลักภายในสวนของตนเอง แต่ด้วยปริมาณการผลิตเพิ่มมากขึ้น จึงต้องรับซื้อจากสวนอื่น โดยเป้าหมายแรกรับจากสมาชิก แล้วจึงกระจายสู่เกษตรกรรายอื่น อันถือเป็นการส่งเสริมรายได้ ให้ผู้ปลูกเกิดกำลังใจ เพราะได้ราคาขายสมเหตุสมผล ในขณะเดียวกัน มองในมุมผู้ซื้อไปแปรรูปก็ได้สินค้าต้นทุนต่ำ เพราะไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง

ทั้งนี้ คุณสุรดา ยังกล่าวถึงราคารับซื้อในปัจจุบันว่าตกกิโลกรัมละประมาณ 30-35 บาท โดยสายพันธุ์ทุเรียนนำมาผลิตคือ หมอนทอง ซึ่งให้เนื้อเยอะ พูใหญ่ สีสวย ส่วนน้ำหนักต่อลูกตกราว 6-7 กิโลกรัม

ส่วนราคาขายทุเรียนทอดกำหนดไว้ตามขนาดของชิ้นต่อกิโลกรัม คือ ชิ้นใหญ่ 500 บาท ชิ้นขนาดกลาง 370 บาท ชิ้นเล็ก 250 บาท ขนาดจิ๋ว 130 บาท และแบบละเอียดกิโลกรัมละ 50 บาท

ทั้งนี้ คุณสุรดา กล่าวถึงกลยุทธ์ส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับของตลาดว่า “อย่างกรณี ร้านค้าของฝาก รูปแบบการซื้อขายจะอยู่ในลักษณะขายขาด แต่ถ้าสินค้ามีปัญหา ชำรุดเสียหาย หมดอายุ จะเปลี่ยนให้ทันที ไม่ปล่อยให้ตกไปถึงมือผู้บริโภค เพราะไม่เช่นนั้นชื่อเสียงของแบรนด์จะเสียหายตามมา”

การเข้าถึงผู้บริโภคด้วยวิธีเดินทางไปออกงานแสดงสินค้า ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งสามารถส่งเสริมผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง และยังเป็นการตอกย้ำความคงอยู่ ซึ่งกับการออกงานหลายครั้ง ได้รับแรงสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาชุมชน ที่คอยขับเคลื่อนโอท็อปสู่ความเติบโต

ไม่มีคู่แข่ง

มีแต่เครือข่าย

นับถึงวันนี้เฉพาะผู้ผลิตสินค้าทุเรียนแปรรูปที่เข้าสู่โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์กว่า 10 รายแล้ว จึงเป็นเหตุให้สงสัยว่า อย่างนี้จะมีการตัดราคา และแย่งชิงตลาดกันหรือไม่ ซึ่งคุณสุรดา ให้คำตอบไว้ดังนี้

“เราทำงานกันเป็นเครือข่าย แต่ละรายจึงให้ความร่วมมือกัน ไม่ใช่แข่งขันกัน และโดยส่วนตัวของแม่ ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นประธานเครือข่ายโอท็อป จึงมีการชี้แจงพูดคุยสร้างความเข้าใจอันดีต่อผู้ประกอบการรายอื่น ส่งผลให้การทำงานราบรื่น

อย่างกรณีลูกค้ามาสั่งซื้อสินค้า ถ้าจำนวนมาก แน่นอนว่าลำพังกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเขาบายศรี ไม่สามารถผลิตให้ทันตามความต้องการได้ ฉะนั้น จึงประสานไปยังกลุ่มผู้ผลิตรายอื่นให้ช่วยผลิตสินค้า ซึ่งเราจะคัดคุณภาพของสินค้า แต่จะว่าไปแล้ว ผู้ผลิตทุเรียนทอดส่วนใหญ่ผลิตสินค้าออกมาได้คุณภาพและรสชาติไม่ต่างกัน”

ท้ายนี้ คุณสุรดา ยังฝากวิธีทำทุเรียนทอดถึงผู้สนใจนำไปประกอบอาชีพเฉกเช่นเดียวกันว่า ให้เริ่มต้นจากคัดเลือกทุเรียนผลแก่จัด (แต่ไม่สุก) แกะเนื้อออกจากเม็ด โดยเลือกเฉพาะส่วนเนื้อสีเหลืองเท่านั้น แล้วนำไปสไลซ์ ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องจักรช่วยผ่อนแรงมือแล้ว

จากนั้นนำลงทอดด้วยน้ำมันปาล์มร้อนๆ โดยน้ำมันนั้นต้องใหม่ ไม่มีการทอดซ้ำ ใช้เวลาทอดประมาณ 15 นาที ให้สีสุกเหลืองเสมอกัน

นำขึ้นจากน้ำมัน พักให้เย็น แล้วเข้าตู้อบลมร้อนด้วยอุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส เพื่อไล่น้ำมันออก โดยใช้เวลาราว 9 ชั่วโมง

เรียบร้อยแล้วนำออกมาโรยเกลือเพื่อรอการบรรจุ แต่ถ้าต้องส่งสินค้าไปตลาดต่างประเทศ ควรแยกเกลือไว้ต่างหาก หรือยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่น จะไม่บริโภคเกลือ จึงไม่ควรใส่ลงไป

และนี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการสร้างงานสร้างเงินของคนในจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชผลทางการเกษตร อย่าง “จันทบุรี”

ต้องการติดต่อ “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเขาบายศรี” กับผลิตภัณฑ์ดีๆ ภายใต้แบรนด์ “ป้าแกลบ” เดินทางไปได้ที่ เลขที่ 4/3 หมู่ 8 ตำบลเขาบายศรี (ตรงข้ามวัดหนองบัว) อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี โทรศัพท์ (039) 356-945


อ้างอิงจาก เส้นทางเศรษฐี


ThaiSMEfranchise.com : ศูนย์รวมธุรกิจ SME ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
Copyright 2010-2014. สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. พ.ศ.2537 [ ลิขสิทธิ์ & นโยบายส่วนตัว]
ผู้ดูแลเว็บไซต์ :   info@thaismefranchise.com |
ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Twitter ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน  Facebook ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Line

Telephone :  02-8967330-1 | Fax :  02-8967331
เจ้าของเดี่ยวกับ ThaiFranchiseCenter.com | ThaiSMEfranchise.com | ThaiFranchiseTV.com